สามะ - สุมา - ซือหม่า

คำว่า "จีน" หรือ "จิ้น" แปลว่า "ทองคำ" มาจากคำว่า "สุวรรณ" ซึ่งสุมาอี้ ตั้งขึ้นเพ่ื่อยกย่องบรรพบุรุษต้นตระกูลอันเป็นชาวสุมา หรือ สามะ อันเป็นต้นตระกูลแซ่ของตนคือ "สุมา" ออกเสียงสำเนียงจีนว่า "ซือหม่า" หมายถึง "ปราชญ์ผู้รอบรู้"

ราชวงศ์ไต้จิ๋น 晉朝 (晋朝) Jìn Cháo {จิ้นฉาว} บางที่เรียกว่าสุมาจิ๋น 司馬晉 (司马晋) Sīmǎ Jìn {ซือหม่าจิ้น} หรือสองจิ๋น 兩晉 (兩晋) Liǎng Jìn {เหลี่ยงจิ้น} ปกครองแผ่นดินจีนอยู่ในช่วงปี 266/809 ถึงปี 420/963 รวม 154 ปีสถาปนาโดยสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}หรือพระเจ้า 晉武帝 (晋武帝) Jìn Wǔ Dì {จิ้นอู่ตี้} บุตรคนโตของสุมาเจียว{ซือหม่าเจา}[72] ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินคนสุดท้ายของราชวงศ์วุย{เว่ย,วัด,เวียต - และกลายมาเป็นเวียตนาม}ที่มีฐานันดรศักดิ์เป็นอ๋องแห่งรัฐจิ๋นหรือจีนอ๋อง 晉王 (晋王) Jìn Wáng {จิ้นหวัง}

ราชวงศ์ไต้จิ๋นเกิดขึ้นหลังสมัยสามก๊ก และตามมาด้วยสมัยสิบหกอาณาจักร 十六國 (十六国) Shíliù Guó {สือลิ่วกั๋ว}ทางภาคเหนือ และสมัยเล่าซ้อง 劉宋 (刘宋) Liú Sòng {หลิ่วซ่ง} หรือซ้องยุคแรก 前宋 Qián Sòng {เฉียนซ่ง} หรือซ้องราชวงศ์ใต้ 南朝宋 Nán Cháo Sòng {หนานเฉาซ่ง} ทางภาคใต้ของแผ่นดินจีน ราชวงศ์ไต้จิ๋นแบ่งเป็นสองยุคคือ ยุคจิ๋นตะวันตก 西晉 (西晋) Xī Jìn {ซีจิ้น} ปี 266/809 ถึงปี 316/859 จิ๋นตะวันตกปกครองแผ่นดินเป็นเวลา 50 ปี ในตอนแรกมีราชธานีอยู่ที่ลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง} ต่อมาจึงย้ายไปที่เตียงฮัน{ฉางอัน} จิ๋นตะวันตกใช้เวลา 14 ปีจนถึงปี 280/823 จึงพิชิตง่อได้ สามารถรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งได้สำเร็จอีกครั้ง ถือเป็นการสิ้นยุคสามก๊กหลังราชวงศ์ฮั่น{ฮั่นฉาว}ล่มสลายแตกเป็นสามส่วนในปี 220/763 รวม 60 ปี หลังพระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}หรือ{จิ้นอู่ตี้}ปราบปรามง่อรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งแล้วก็มิได้ใส่ใจในงานแผ่นดิน ใช้ชีวิตอย่างสนุกสบายจนสิ้นพระชนม์ในปี 290/833 ปีต่อมาก็เกิดปัญหาในการสืบทอดราชบัลลังก์เพราะการไม่ยอมรับในตัว{ซือหม่าจง}หรือพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้} รัชกาลที่ 2 ที่มีความพิการทางสมอง ต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจของฮองเฮา{เจี่ยหนานเฟิง}[87]จนนำไปสู่สงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อเกี่ยวกับเชื้อพระวงศ์หลายคน ที่เรียกว่าศึกแปดอ๋อง{ปาหวังจือล่วน}[ป-3] (คือเพียง 11 ปีหลังจากรวบรวมแผ่นดินเป็นหนึ่งเดียวกัน) ราชวงศ์อ่อนแอลงอย่างต่อเนื่องจากสงครามกลางเมืองนี้ จนถึงปี 304/847 ราชวงศ์จิ๋นตะวันตกต้องเผชิญกับการแข็งเมืองก่อกบฏ และการรุกรานจากชนเผ่าอนารยชนชายแดนที่ ไม่ใช่ชาวเชื้อชาติฮั่น ที่เข้ามาก่อตั้งประเทศของตนเองอย่างเป็นอิสระในเวลาสั้นๆ หลายครั้งทางภาคเหนือของจีนนำไปสู่กลียุคในสมัยสิบหกอาณาจักรแห่งการนองเลือดในประวัติศาสตร์จีน ที่อาณาจักรใหม่เกิดและดับต่อเนื่องทดแทนกันอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาอันสั้น สู้รบกันเองและกับราชวงศ์จิ๋น ที่เรียกว่าห้าเผ่าป่วนแผ่นดินจีน 五胡亂華 (五胡乱华) Wǔ Hú Luàn Huá {อู่หูล่วนหัว} เป็นเวลายาวนาน 12 ปี จนถึงปี 316/859 ในช่วงเวลานั้นอาณาจักร 漢趙 (汉赵) Hàn Zhào {ฮั่นเจ้า} หนึ่งในอาณาจักรเหล่านั้นได้ถูกก่อตั้งขึ้นทางภาคเหนือโดย 劉聰 (刘聪) Liú Cōng {หลิวชง}<ฉลาด,เรียนรู้เร็ว> เข้าปล้นทำลายราชธานีลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4] ของราชวงศ์จิ๋นตะวันตกในปี 311/854 {ซือหม่าชื่อ}[ป]หรือพระเจ้า{จิ้นหวยตี้}รัชกาลที่ 3 โอรสของพระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]องค์ที่ 25 เกิดจากไทเฮา 武懷皇太后 (武怀皇太后) Wǔ Huái Huángtàihòu {อู่หวยหวงไท่โฮ่ว}หรือ 王媛姬 Wáng Yuán Jī {หวังหยวนจี}<สวย><สตรี>[87-16] ถูกจับตัวไปและถูกประหาร ในปี 316/859 {ซือหม่าเย่}หรือพระเจ้า{จิ้นหมิ่นตี้} รัชกาลที่ 4 โอรสของ 司馬晏 (司马晏) Sīmǎ Yàn {ซือหม่าเยี่ยน}<ช้า,เงียบ> อ๋องผู้กตัญญู 孝王 Xiào Wáng {เซี่ยวหวัง}แห่งง่อ{อู๋จุ้น}[ข-17.3] โอรสองค์ที่ 23 ของพระเจ้าสุมาเอี๋ยน ก็ถูก{หลิวชง}จับตัวไปและถูกปลงพระชนม์เหมือนกับรัชกาลที่ 3 ที่เป็นลุง อีกพระองค์หนึ่งในปี 318/861 เมื่อราชธานีเตียงฮัน{ฉางอัน}[ข-3]ถูกยึดครอง จึงเป็นการสิ้นสุดราชวงศ์จิ๋นตะวันตก เชื้อพระวงศ์ที่ยังมีชีวิตอยู่ รวมทั้งชาวจีนที่เรียกว่าชาวฮั่นจากภาคเหนือหลบหนีลงใต้กันหมด มีการเรียกชื่อแม่น้ำในมณฑลฮกเกี๋ยน{ฝูเจี้ยน}[ญ-21]ว่าแม่น้ำจิ๋น 晉江 (晋江) Jìn Jiāng {จิ้นเจียง} ตามชื่ออาณาจักรของตน ยุคจิ๋นตะวันออก 東晉 (东晋) Dōng Jìn {ตงจิ้น} ปี 317/860 ถึงปี 420/963 司馬睿 (司马睿) Sīmǎ Ruì {ซือหม่ารุ่ย}<ปราดเปรื่อง,มองการไกล> สถาปนาราชวงศ์ไต้จิ๋น{จิ้น}[ป]ขึ้นมาได้ใหม่เป็นฮ่องเต้พระองค์แรกของราชวงศ์จิ๋นตะวันออก มีราชธานีอยู่ที่อำเภอเกียนเงียบ{เจี้ยนเย่}เมืองตันเอี๋ยง{ตานหยาง}[ข-17.1] สมัยนั้นเรียกว่าราชธานี 建康 Jiàn Kāng {เจี้ยนคัง} ทรงพระนามว่าพระเจ้า 晉元帝 (晋元帝) Jìn Yuán Dì {จิ้นหยวนตี้} ราชวงศ์จิ๋นตะวันออกมีอายุรวม 103 ปี ตลอดยุคมีแต่ความขัดแย้งสู้รบกับอาณาจักรทางภาคเหนือไม่จบสิ้น เนื่องจาก{ซือหม่ารุ่ย}มีฐานันดรศักดิ์เป็นอ๋องแห่ง รัฐฮองหลิม{หลางเย๋}[ข-23.4]มาก่อน ดังนั้นผู้ที่ไม่ยอมรับความชอบธรรมของการสถาปนาราชวงศ์จิ๋นตะวันออกขึ้นใหม่ของพระองค์ จึงเรียกจิ๋นตะวันออกว่าอาณาจักรฮองหลิม ในยุคนี้พระราชอำนาจของฮ่องเต้มีข้อจำกัด เกิดรูปแบบทางการเมืองที่เรียกว่าตระกูลผู้ดีชั้นสูง 門閥 (门阀) Mén Fá {เหมินฝา}<ประตู><กลุ่มอิทธิพล> คืองานของแผ่นดินถูกควบคุมโดยตระกูลผู้ดีที่ทรงอำนาจอิทธิพล ที่อพยพลงมาจากภาคเหนือ เช่นตระกูล 王 Wáng {หวัง} จากรัฐฮองหลิมและเมือง{ไท่หยวน}[ข-25.1] ตระกูล 謝 (谢) Xiè {เซี่ย} จากรัฐตันลิว{เฉินหลิว}[ข-19.2] ตระกูล 桓 Huán {หวน} จากอำเภอเจียวก๋วน{เฉียวจุ้น}รัฐไพก๊ก{เพ้ย}[ข-22.2] และตระกูล 庾 Yǔ {หยู่} จากเมืองเองฉวน{หยิ่งชวน}[ข-22.4] เช่นในสมัย{ซือหม่ารุ่ย}หรือพระเจ้า{จิ้นหยวนตี้}รัชกาลที่1 จิ๋นตะวันออกก็มี 王導 (王导) Wáng Dǎo {หวังเต่า}<นำ> ร่วมปกครองแผ่นดินด้วย มีบันทึกว่าเมื่อพระเจ้า{จิ้นหยวนตี้}ออกว่าราชการครั้งหนึ่ง จะเชิญ{หวังเต่า}มานั่งข้างพระองค์บนบัลลังก์ เพื่อรับการกราบถวายบังคมจากเหล่าขุนนางอำมาตย์ทั้งหลายด้วยกัน ซึ่ง{หวังเต่า}ก็บ่ายเบี่ยงปฏิเสธไปเสีย ในยุคจิ๋นตะวันออก{ตงจิ้น}[ป-2]มีการส่งกองทัพไปโจมตีรัฐศัตรูทางเหนือ เพื่อยึดพื้นที่ที่เสียไปเมื่อปลายยุคจิ๋นตะวันตก{ซีจิ้น}[ป-1]หลายครั้ง เช่นในช่วงปี 354/897 ถึง 369/912 โดยแม่ทัพ 桓溫 (桓温) Huán Wēn {หวนเวิน}<อบอุ่น,นุ่มนวล> โดยเฉพาะในปี 383/926 จิ๋นตะวันออกได้ทำลายล้างอาณาจักร 苻秦 Fú Qín {ฝูฉิน} ทางภาคเหนือจนสิ้นซาก อาณาจักรนี้เป็นของชาวเผ่า 氐 Dī {ตี}[ช-6]ที่ยึดและควบรวบภาคเหนือไว้ทั้งหมดได้ไม่นานนัก สุดท้ายอาณาจักร{ฝูฉิน}แตกเป็นเสี่ยงๆ กองทัพของจิ๋นยึดพื้นที่ฝั่งใต้ของแม่น้ำฮองโห{หวงเหอ}[ห]คืนมาได้ในช่วงปี 409/952 ถึง 416/959 แม้กองทัพจะสามารถพิชิตรัฐศัตรูทางภาคเหนือได้สำเร็จ แต่ความวิตกกังวลในราชสำนักที่มีการเปลี่ยนแปลงราชบัลลังก์บ่อยครั้ง ทำให้การสนับสนุนการรบที่ชายแดนไม่มีความต่อเนื่อง จนไม่สามารถกอบกู้แผ่นดินทั้งหมดคืนมาเป็นหนึ่งเดียวเช่นเดิม ทั้งยังเกิดการกบฏภายในจิ๋นตะวันออกเองหลายครั้งตลอดหนึ่งร้อยสี่ปี เช่นวิกฤตกบฏ 王敦 Wáng Dūn {หวังตุน}<จริงใจ,นับถือ> และ 蘇峻 (苏峻) Sū Jùn {ซูจุ้น}<ภูเขาสูง,รุนแรง> ตระกูลขุนนางพื้นเมืองทางภาคใต้ มักเขม่นกับเหล่าขุนนางที่อพยพลงมาจากภาคเหนือ ดังนั้นจึงเกิดความตึงเครียดขึ้นจากการแก่งแย่งชิงผลประโยชน์และความขัดแย้งของมุมมองทางการเมือง ในอาณาจักรจิ๋นตะวันออก ตระกูลพื้นเมืองที่มีอิทธิพลมากที่สุดคือตระกูลจิว 周 Zhōu {โจว} แห่ง 宜興 (宜兴) Yíxīng {อี้ซิง} (คืออำเภอ{หยางเซี่ยน}เมืองง่อกุ๋น{อู๋จุ้น}[ข-17.3]เดิม) และตระกูล 沈 Shěn {เสิ่น} แห่ง 吳興 (吳兴) Wú Xīng {อู๋ซิง}(คืออำเภอออแสง{อูเฉิง}เมืองง่อกุ๋น{อู๋จุ้น}[ข-17.3]เดิม) ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งนี้จนไม่สามารถฟื้นตัวได้อีกเลย แม้แต่พวกตระกูลขุนนางที่อพยพลงมาจากทางภาคเหนือก็ขัดแย้งกันเอง ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดดุลย์อำนาจในหมู่ขุนนางขึ้น และเป็นประโยช์นอย่างยิ่งต่อการปกครองของฮ่องเต้ มีการจัดแบ่งพื้นที่สำหรับให้ผู้อพยพจากภาคเหนืออยู่อาศัยในยุคจิ๋นตะวันออกนี้ ชนชั้นขุนนางของแดนใต้บางส่วนก็เกิดจากบุตรหลานของผู้อพยพเหล่านี้ โดยเฉพาะในเขตกังหนำ{เจียงหนาน}[ฉ] ซึ่งต่อมาก็ทรงอิทธิพลมากกว่าชนชั้นขุนนางในภาคใต้แต่เดิม ในช่วงสมัยนี้ แผ่นดินจีนภาคใต้มีจำนวนประชากรหนาแน่นมากกว่าภาคเหนือ เพราะชาวบ้านอพยพลี้ภัยชนเผ่าต่างด้าวลงใต้กันหมด การอพยพของชาวบ้านและชนชั้นขุนนางนี้มีหลายระลอก ในช่วงเวลาที่ต่างกันทำให้เกิดกลุ่มตระกูลชนชั้นขุนนางที่ต่างกลุ่มกัน ในปี 403/946 桓玄 Huán Xuán {หวนสวน}<ลึก,ลึกซึ้ง> บุตรของแม่ทัพ{หวนเวิน} ชิงราชบัลลังก์จาก 司馬德宗 (司马德宗) Sīmǎ Dé Zōng {ซือหม่าเต๋อจง}<คุณธรรม,ดีงาม><สำนัก,โรงเรียน,นิกาย> หรือพระเจ้า 晉安帝 (晋安帝) Jìn Ān Dì {จิ้นอันตี้} แล้วประกาศสถาปนาราชวงศ์ใหม่ชื่อว่า 桓楚 Huán Chǔ {หวนฉู่} แต่ก็ถูกแม่ทัพ 劉裕 (刘裕) Liú Yù {หลิวยู่}<อุดม,มากมาย> ของจิ๋นกอบกู้ราชวงศ์จิ๋นขึ้นมาใหม่ อัญเชิญพระเจ้า{จิ้นอันตี้}ขึ้นครองราชย์ดังเดิมแต่ในขณะเดียวกันการบริหารราชการแผ่นดินก็เกิดความปั่นป่วนอีก เมื่อ 孫恩 (孙恩) Sūn ēn {ซุนเอิน}<ใจดี,พระคุณ> และ 盧循 (卢循) Lú Xún {หลูสุน}<ตาม,ปฏิบัติตาม> ก่อการกบฏ และรัฐจ๊ก{สู่}ตะวันตกแยกตัวออกไปเป็นรัฐอิสระโดย 譙縱 (谯纵) Qiáo Zòng {เฉียวจ้ง}<แนวตั้งแนวนอน> ในปี 419/962 แม่ทัพ{หลิวยู่}รัดคอสังหาร{ซือหม่าเต๋อจง}หรือพระเจ้า{จิ้นอันตี้} แล้วอัญเชิญ 司馬德文 (司马德文) Sīmǎ Dé Wén {ซือหม่าเต๋อเหวิน}<คุณธรรม,ดีงาม><อักษรศาสตร์,วัฒนธรรม> ขึ้นครองราชย์แทนทรงพระนามว่า 晉恭帝 (晋恭帝) Jìn Gōng Dì {จิ้นกงตี้} แต่หนึ่งปีต่อมาก็ยอมสละราชสมบัติให้กับแม่ทัพ{หลิวยู่}ที่ประกาศสถาปนาอาณาจักรเล่าซ้อง 劉宋 (刘宋) Liú Sòng {หลิ่วซ่ง} หรือซ้องยุคแรก 前宋 Qián Sòng {เฉียนซ่ง} หรือซ้องราชวงศ์ใต้ 南朝宋 Nán Cháo Sòng {หนานเฉาซ่ง} ขึ้นมาแทน ปีต่อมา{ซือหม่าเต๋อเหวิน}ก็ถูกปิดจมูกด้วยผ้าห่มสิ้นพระชนม์ บริเวณนี้จึงถูกเรียกใหม่ว่าเป็นหกราชวงศ์ 六朝 Liù Cháo {หลิวฉาว} หมายถึงหกราชวงศ์ที่มีราชธานีอยู่ที่อำเภอเกียนเงียบ{เจี้ยนเย่}เมืองตันเอี๋ยง{ตานหยาง}[ข-17.1] โดยนับราชวงศ์ง่อของพระเจ้าซุนกวน{ซุนฉวน}[26]เป็นราชวงศ์แรกดังนี้ ปี 222–280 ราชวงศ์ง่อ{อู๋} ปี 317–420 ราชวงศ์จิ๋นตะวันออก{ตงจิ้น} ปี 420–479 ราชวงศ์เล่าซ้อง{หลิ่วซ่ง} ปี 479–502 ราชวงศ์เจ๋ใต้ 南齐 (南齊) Nán Qí {หนานฉี} ปี 502–557 ราชวงศ์เหลียงใต้ 南梁 Nán Liáng {หนานเหลียง} ปี 557–589 ราชวงศ์ตันใต้ 南陳 (南陈) Nán Chén {หนานเฉิน} ลูกหลานเชื้อพระวงศ์ตระกูลสุมา{ซือหม่า}ของราชวงศ์จิ๋นตั้งแต่ 司馬朏 (司马朏) Sīmǎ Fěi {ซือหม่าเฝ่ย}<พระจันทร์เสี้ยว,เริ่มส่องประกาย> และ 司馬楚之 (司马楚之) Sīmǎ Chǔ Zhī {ซือหม่าฉู่จือ}<ชื่อรัฐ><แห่ง,ของ> อพยพลี้ภัยขึ้นเหนือไปขออาศัยอยู่กับชนเผ่า{เซียนเป่ย}[ช-4]ที่ปกครองอาณาจักรวุยเหนือ 北魏 Běi Wèi {เป่ยเว่ย} หรือ 拓跋魏 Tuòbá Wèi {ทั่วป๋าเว่ย} ({ทั่วป๋า}คือนามสกุลของชนเผ่าเซียนเป่ยที่ปกครองบริเวณนี้จนต่อมารับวัฒนธรรมจีนจนถูกกลืนชาติเป็นจีนอย่างสมบูรณ์) หรือ 元魏 Yuán Wèi {หยวนเว่ย} (คือผู้ปกครองอาณาจักรนี้ต่อมาเปลี่ยนนามสกุลเป็น{หยวน}) หรือวุยยุคหลัง 後魏 Hòu Wèi {โฮ่วเว่ย} ชนเผ่า{เซียนเป่ย}[ช-4]ที่ปกครองอาณาจักรวุยเหนือ{เป่ยเว่ย}ยอมรับเชื้อพระวงศ์ของจิ๋นที่ลี้ภัยมาอาศัยด้วย ทั้งยังให้สมรสกับราชธิดาของตน โอรสที่เกิดมายังสมรสกับเจ้าหญิงจากอาณาจักรเหลียงเหนือ 北涼 Běi Liáng {เป่ยเหลียง} ของชาวเผ่าซุงหนู{เซียงหนู}[ช-2] ต่อมามากกว่า 50% ของเจ้าหญิงของชนเผ่าผู้ปกครองแห่งอาณาจักรนี้ยังสมรสกับเชื้อพระวงศ์และขุนนางชาวฮั่นที่แปรพักตร์จากแผ่นดินจีนตอนใต้และอพยพกลับขึ้นเหนือไปร่วมกับอาณาจักรวุยเหนือ{เป่ยเว่ย} อีกหลายร้อยปีต่อมา{ซือหม่ากวง}[ค-3.9]นายกรัฐมนตรีของราชวงศ์ซ้อง 宋 Sòng {ซ่ง} ผู้ประพันธ์หนังสือกระจกส่องการปกครอง{จึซ์จื้อทงเจี้ยน}[ค-3.9]ก็ระบุว่าสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์จิ๋น ทางสายของสุมาหู{ซือหม่าฝู}[62] น้องชายสุมาอี้{ซือหม่าอี้}[35] [ป-3] ศึกแปดอ๋อง 八王之亂 (八王之乱) Bā Wáng Zhī Luàn {ปาหวังจือล่วน} (ปี 291/834 ถึงปี 306/849) เป็นสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้นติดต่อกันเป็นช่วงๆ ยาวนาน 15 ปี โดยเหล่าอ๋องเชื้อพระวงศ์ของราชวงศ์ไต้จิ๋น{จิ้น}[ป] วัตถุประสงค์หลักของอ๋องทั้งหลายในการก่อการเหล่านี้คือเพื่อแย่งชิงอิทธิพลที่จะมีอำนาจปกครองแผ่นดินอยู่เบื้องหลัง{ซือหม่าจง}หรือพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[ป]รัชกาลที่ 2 ราชโอรสของพระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]ที่มีความพิการทางสมองและตกอยู่ใต้อิทธิพลของฮองเฮานาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]บุตรสาวของแกฉง(กาอุ้น){เจี่ยชง}[82] เหตุการณ์ทั้งหมดนี้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือจิ๋น 晉書 (晋书) Jìn Shū {จิ้นซู} บทที่ 59 ที่ประพันธ์โดย 房喬 (房乔) Fáng Qiáo {ฝางเฉียว}<สูง> หรือ 房玄齡 Fáng Xuán Líng {ฝางสวนหลิง}<ลึกลับ,ดำ><อายุ,ประสบการณ์> และคณะราชบัณฑิตในราชสำนักของราชวงศ์ถัง 唐 Táng {ถัง} ในปี 648/1191 ชื่อเรียกเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าแปดอ๋องก่อการขึ้นพร้อมๆ กันเป็นเหตุการณ์เดียว แต่จริงๆ แล้วเป็นการก่อการอย่างรุนแรงโดยอ๋องทีละคนสองคน แล้วมีความสงบสุขเกิดขึ้นหลังการก่อการในแต่ละครั้งแล้วจึงมีการก่อการอีกครั้งตามมา เป็นเช่นนี้ติดต่อกันไปหลายๆ ครั้งนั่นเอง เช่นความขัดแย้งครั้งแรกเกี่ยวข้องกับสองอ๋อง{ซือหม่าเลี่ยง}[87]และ{ซือหม่าเหว่ย}[87]นั้นก็ไม่ใช่เป็นศึกสงคราม แต่เป็นการก่อรัฐประหารติดต่อกันหลายครั้ง แม้ในช่วงแรกจะเกิดเป็นความขัดแย้งไม่รุนแรงนัก และเกิดขึ้นในวงแคบภายในราชสำนักในราชธานีลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4]และบริเวณปริมณฑล แต่ก็มีการขยายขอบเขตเมื่ออ๋องคนต่อๆ มาเข้าร่วมความขัดแย้งด้วย ชนเผ่าอนารยชนหลายกลุ่มจากทางเหนือและทางตะวันตกเฉียงเหนือนำกองทหารเข้ามาฉวยโอกาศท่ามกลางความชุลมุนปั่นป่วนของแผ่นดินเพื่อช่วงชิงอำนาจมาให้กับชนเผ่าของตน จนสุดท้ายกลายเป็นสงครามที่ทำลายใจกลางแผ่นดินจีนตอนเหนือจนสิ้นสุดอาณาจักรจิ๋นตะวันตก และนำไปสู่ยุคร้อยปีแห่งสงครามระหว่างอาณาจักรชนเผ่าต่างๆ ทางภาคเหนือกับอาณาจักรจีนภายใต้ราชวงศ์ต่างๆ ทางภาคใต้ ขอย้อนเหตุการณ์กลับไปยังสุมาอี้{ซือหม่าอี้}[35] แม่ทัพและผู้สำเร็จราชการแผ่นดินของวุยในยุคสามก๊ก เมื่อก่อการรัฐประหารยึดอำนาจจากโจซอง{เฉาส่วง}[79]ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินร่วมในช่วงต้นปี 249/792 ได้สำเร็จแล้ว ก็ร่วมมือกับสุมาสู{ซือหม่าซือ}[72]และสุมาเจียว{ซือหม่าเจา}[72]บุตรชายทั้งสอง เข้าปกครองแผ่นดินวุยเบื้องหลังพระเจ้าโจฮอง{เฉาฟาง}[79] รัชกาลที่ 3 ของราชวงศ์วุย จนถึงปี 266/809 อีก 17 ปี สุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]บุตรชายคนโตของสุมาเจียว บังคับให้พระเจ้าโจฮวน{เฉาห้วน}[84] รัชกาลที่ 5 ของราชวงศ์วุยสละราชสมบัติ และสถาปนาตนเองเป็นปฐมฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ไต้จิ๋น{จิ้น}[ป] หลังจากยึดอำนาจจากราชวงศ์วุยมาแล้ว พระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]เลือกที่จะสร้างฐานอำนาจในการปกครองแผ่นดินให้กับตระกูลสุมาโดยการเพิ่มกำลังทางทหารให้กับลุงอา ลูกพี่ลูกน้อง และโอรสของพระองค์ ผู้ที่มีฐานันดรศักดิ์สูงมีกองทหารได้ห้าพันคน ฐานันดรศักดิ์ชั้นกลางมีกองทหารได้สามพันคน ฐานันดรศักดิ์ขั้นล่างมีกองทหารได้หนึ่งพันห้าร้อยคน เมื่อเวลาผ่านไป เจ้าชายหรืออ๋อง{หวัง}[ก-7]และสมเด็จเจ้าพระยาหรือก๋ง{กง}[ก-11]เหล่านี้ก็ได้รับสิทธิ์ให้มีอำนาจปกครองดินแดนที่เป็นศักดินาของตน สามารถเรียกเก็บภาษีและแต่งตั้งขุนนางของตนเองได้ เมื่อพระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]สิ้นพระชนม์ในปี 290/833 ได้รับพระนามว่าพระเจ้า 晉武帝 (晋武帝) Jìn Wǔ Dì {จิ้นอู่ตี้} ความปั่นป่วนในแผ่นดินก็เกิดขึ้น เมื่อ{ซือหม่าจง}[87]เจ้าชายรัชทายาทที่มีความพิการทางสมอง ขึ้นครองราชสมบัติสืบต่อเป็นรัชกาลที่ 2 ทรงพระนามว่าพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[87] ฮองเฮา{หยางจื่อ}[87]ในพระเจ้าสุมาเอี๋ยน พระราชมารดาเลี้ยงขึ้นเป็นไทเฮาพระพันปีหลวง มีอำนาจสูงสุดในราชสำนัก แต่งตั้งให้บิดาของพระนางคือ{หยางจุ้น}[87]และญาติพี่น้องกุมอำนาจทางทหารไว้ ศึกอ๋องคนที่ 1 และ 2 ปี 291/834 {ซือหม่าเลี่ยง}[87]อ๋องแห่งยีหลำ{หรู่หนาน}[ข-22.1] และ{ซือหม่าเหว่ย}[87]อ๋องแห่งรัฐฌ้อ{ฉู่} พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]ฮองเฮาในพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[87]ไม่พอใจที่ถูกกีดกันออกจากวงจรแห่งอำนาจ จึงขอความช่วยเหลือจาก{ซือหม่าเลี่ยง}[87]อ๋องแห่งยีหลำ{หรู่หนาน}[ข-22.1]ผู้เป็นอาและ{ซือหม่าเหว่ย}[87]อ๋องแห่งรัฐฌ้อ{ฉู่} ผู้เป็นน้องของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้} ให้นำกองทหารเข้ามาในราชธานีลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[87] กองทัพของ{ซือหม่าเหว่ย}ไม่ได้ถูกขัดขวางโดยกองทัพในราชธานีแต่อย่างใดๆ ในปี 291/834 พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}ก็ให้พระสวามีออกพระบรมราชโองการกล่าวโทษ{หยางจุ้น}[87]ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินว่าก่อการกบฏ {หยางจุ้น}ถูกสังหารฮองเฮา{หยางจื่อ}[87]ขาดอาหารอดตายในตำหนัก คนในตระกูล{หยาง} 3,000 คนถูกประหารชีวิตทั้งสิ้น หลังจากนั้น{ซือหม่าเลี่ยง}[87]อ๋องแห่งเมืองยีหลำ{หรู่หนาน}[ข-22.1] ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนที่{หยางจุ้น}[87]ที่ถูกล้มอำนาจ และบังคับข่มขู่ให้{ซือหม่าเหว่ย}[87]ที่ร่วมก่อรัฐประหารด้วยกันกลับไปรัฐศักดินาของตนเองในมณฑลเกงจิ๋ว{จิงโจว}[ข-21] แต่อีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]และ{ซือหม่าเหว่ย}[87]ผู้มีกองทหารในสำนักพระราชวังอยู่ในมือก็ร่วมกันกำจัด{ซือหม่าเลี่ยง}ลงโดยพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}ให้พระสวามีออกพระบรมราชโองการกล่าวโทษ{ซือหม่าเลี่ยง} ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินคนใหม่ว่าก่อการกบฏ เมื่อ{ซือหม่าเลี่ยง}[87]สิ้นอำนาจเสียชีวิตไปแล้ว ขุนนางคนสนิทแนะนำให้{ซือหม่าเหว่ย}[87]ขยายผลยึดอำนาจจากพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]ในทันที แต่{ซือหม่าเหว่ย}ยังคงลังเลไม่ตัดสินใจ สองวันต่อมาพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}ลงมือก่อน แกล้งปล่อยข่าวว่า{ซือหม่าเหว่ย}ปลอมพระบรมราชโองการ แอบอ้างทำการกำจัด{ซือหม่าเลี่ยง}[87]ตามใจชอบ ผู้ติดตาม{ซือหม่าเหว่ย}พากันละทิ้ง ทำให้{ซือหม่าเหว่ย}ถูกจับกุมตัวและถูกประหารชีวิต ดังนั้นพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]จึงปกครองแผ่นดินจิ๋นต่อมาในนามของพระสวามีโดยแบ่งอำนาจให้กับญาติพี่น้องใกล้ชิดในครอบครัว คนสำคัญคือ{เจี่ยมี่}[ป]หลานชายและ 郭彰 Guō Zhāng {กัวจาง}<ชัดเจน,ปรากฏ> ญาติทางมารดา ด้วยความฉ้อฉลกินสินบาทคาดสินบน แม้จะถูกต้านทานโดยขุนนางผู้ใหญ่อย่าง{จางหัว}[87]และ 裴頠 (裴𬱟) Péi Wěi {เผยเหว่ย}<รถม้า> และเริ่มมีข่าวลือไปทั่วในความประพฤติเสเพลและทารุณกรรมของพระนางที่นำไปสู่ความไม่โกรธแค้นพอใจที่รอวันปะทุออกมา กองทหารที่{ซือหม่าเลี่ยง}[87]และ{ซือหม่าเหว่ย}[87]อ๋องทั้งสองใช้ในการสู้รบในสงครามกลางเมืองเพื่อทำรัฐประหาร{หยางจุ้น}[87]ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินแทนพระองค์ของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[87]รัชกาลที่ 2 ในปี 291/834 คือทหารเกณฑ์จากชนเผ่าอนารยชนต่างๆ ที่ถูกฝึกให้รบพุ่งเพื่อใช้งานมาตั้งแต่สมัยปลายราชวงศ์ฮั่น พอถึงปี 296/839 เกิดการลุกฮือจราจลขึ้นในมณฑลทางเหนือที่นำโดย 齊萬年 (齐万年) Qí Wàn Nián {ฉีว่านเหนียน}<หมื่น><ปี> หัวหน้าเผ่า{ตี}[ช-6]ยาวนานจนถึงปี 299/842 ในช่วงเวลาเดียวกันก็เกิดปัญหาขาดแคลนอาหารและโรคระบาด ที่นำไปสู่คลื่นมหาชนอพยพลงใต้ไปยังมณฑลเอ๊กจิ๋ว{อี้โจว}[ข-20] เปิดโอกาศให้ 楊茂搜 (杨茂搜) Yáng Mào Sōu {หยางเม่าโซว}<หรูหรา><แสวงหา> หัวหน้าเผ่า{ตี}ก่อตั้งประเทศของตนชื่อ 仇池 Chóu Chí {โฉวฉือ} ขึ้นทางใต้ของเมืองฮันหยง{ฮั่นหยาง}(เทียนซุย){เทียนสุ่ย}[ข-27.10] ในปี 296/837 ฮองเฮา{เจี่ยหนานเฟิง}[87] ปี 300/843 ในปี 299/842 พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]สั่งการให้จับกุม{ซือหม่ายู่}[ป]เจ้าชายรัชทายาทของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[ป]ที่มิใช่โอรสของพระนาง โดยวางแผนล่อลวงให้{ซือหม่ายู่}คัดลอกข้อความที่เขียนว่าพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}ควรสละราชสมบัติให้กับตนขณะที่{ซือหม่ายู่}กำลังเมาสุรา พระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}หลงเชื่อจึงตัดสินใจลงโทษพระโอรสโดยการปลดออกจากตำแหน่งรัชทายาท และกักบริเวณไว้ในพระตำหนัก แม้พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}จะยุยงให้ประหารชีวิตเสีย ขณะนั้น{ซือหม่าหลุน}[ป]อ๋องแห่งรัฐเตียว{เจ้า} [ข-26.8]บุตรชายคนสุดท้องของสุมาอี้{ซือหม่าอี้}[35]เป็นราชครูของ{ซือหม่ายู่}[ป]เจ้าชายรัชทายาท และเป็นคนสนิทวงในของพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]กุมอำนาจกองทหารในราชธานีในตำแหน่งแม่ทัพแห่งกองทหารขวา เป็นที่รู้กันดีว่า{ซือหม่าหลุน}เป็นคนโลภโมโทสัน จอมปลอม และโง่เขลา รับฟังแต่ที่ปรึกษา 孫秀 (孙秀) Sūn Xiù {ซุนซิ้ว}<หล่อ,สง่า,มารยาท> (แห่งจิ๋น) {ซือหม่าหลุน}นั้นมีความตั้งใจที่จะทรยศต่อฮองเฮา{เจี่ยหนานเฟิง}มานานแล้ว แต่{ซุนซิ้ว}แนะนำให้รอให้กำจัด{ซือหม่ายู่}ไปพ้นทางก่อน เพราะหากกำจัดพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}สำเร็จ {ซือหม่ายู่}จะได้ประโยชน์และจะหันมาทำร้ายโดยอ้างว่าเป็นการแก้แค้นให้พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง} โดยการสนับสนุนของ{ซือหม่าหลุน}[ป] พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]ก็หาเหตุลอบสังหาร{ซือหม่ายู่}[ป]ได้สำเร็จ {ซือหม่าหลุน}ฉวยโอกาศปลอมพระบรมราชโองการของพระเจ้า{จิ๋นฮุยตี้}[ป]จับกุมกักบริเวณพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}ไว้ในตำหนัก และต่อมาก็บังคับให้ดื่มสุราที่ผสมผงทองคำฆ่าตัวตาย {ซือหม่าหลุน}ปลอมพระบรมราชโองการอีกครั้งแต่งตั้งให้ตนเองเป็นอัครมหาเสนาบดี และในปีต่อมาปี 301/844 ก็สถาปนาตนเองขึ้นเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ โดยให้กักบริเวณพระเจ้า{จิ๋นฮุยตี้}[ป]ไว้ 趙廞 (赵𫷷) Zhào Xīn {เจ้าซิน}<จัดเรียงตามลำดับ> ผู้สำเร็จราชการมณฑล{ซื่อสื่อ}[ข-12]เอ๊กจิ๋ว{อี้โจว}[ข-20]ญาติของพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}กลัวถูก{ซือหม่าหลุน}กำจัด จึงก่อการแข็งเมืองแต่ถูกปราบปรามลงในปีต่อมา หลังจากที่{หลี่เท่อ}[ป]ผู้นำของผู้อพยพชาวเผ่า{ปา}[ช-10]และเผ่า{ตี}[ช-6]ในสังกัดของ{เจ้าซิน}ทรยศและขับไล่{เจ้าซิน}ออกจากเซงโต๋{เฉิงตู}[ข-20.1] ศึกอ๋องคนที่ 3 ปี 301/844 {ซือหม่าหลุน}[ป]อ๋องแห่งรัฐเตียว{เจ้า}[ข-26.8] การชิงราชบัลลังก์โดย{ซือหม่าหลุน}[ป]ถูกประท้วงโดยอ๋องคนอื่นๆ อย่างรุนแรง แม้แต่{ซือหม่าหยุ่น}[ป]อ๋องแห่งห้วยหลำ{หวยหนาน}[ข-17.2]น้องชายของพระเจ้า{จิ๋นฮุยตี้}[ป]ก็ต่อต้าน{ซือหม่าหลุน}ด้วยทหารเพียง 700 คน แต่ถูกขุนนางที่สนับสนุน{ซือหม่าหลุน}คนหนึ่งแกล้งแปรพักตร์ไปอยู่ด้วยแล้วลอบสังหาร มีอ๋องสามคนร่วมมือกันต่อต้าน{ซือหม่าหลุน} คือ{ซือหม่าเจี่ยง}[ป]อ๋องแห่งรัฐเจ๋{ฉี}ในเมืองฮูโต๋{สู่ชาง}[ข-22.5] {ซือหม่าหยง}[ป]อ๋องแห่งรัฐโฮกั้น{เหอเจียน}[ข-26.4]ในเมืองเตียงอัน{ฉางอัน}[ข-3] และ{ซือหม่าหยิ่ง}[ป]อ๋องแห่งเซงโต๋{เฉิงตู}[ข-20.1]ในเมืองเซงโต๋ {ซือหม่าหลุน}[ป]จึงเลื่อนยศให้อ๋องทั้งสามแล้วส่งไปอยู่ที่เมืองอื่น และส่งขุนนางของตนไปคอยสอดส่องดูความประพฤติ แต่{ซือหม่าเจี่ยง}กลับใช้ขุนนางเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์แก่ตนโดยส่งไปรบปราบปรามกบฏในพื้นที่แล้วสังหารทิ้งเสีย แล้วจึงก่อกบฏต่อ{ซือหม่าหลุน}ในทันที {ซือหม่าหยง}และ{ซือหม่าหยิ่ง}ก็ปฏิบัติการในทำนองเดียวกัน {ซือหม่าหยิ่ง}นั้นเป็นผู้ที่มีรูปงามแต่โง่เขลาไม่อ่านศึกษาหนังสือ แต่เชื่อฟังคำแนะนำของที่ปรึกษา{หลูจื้อ}[ป]ให้รวบรวมเหล่าเจ้าเมืองต่างๆ มาใช้งาน จนได้ไพร่พลถึงสองแสนคนมารวมพลกันที่อำเภอเงียบกุ๋น{เย่}รัฐวุย{เว่ยกั๋ว}[ข-26.3] รวมทั้งทัพของ{ซือหม่าอ่าย}[ป]อ๋องแห่งเตียงสา{ฉางซา}[ข-21.5] โอรสองค์ที่หกของพระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87] {ซือหม่าหยง}ส่งทัพของตนภายใต้แม่ทัพ{จางฟาง}[ป]จากเมืองเตียงสาไปสนับสนุน{ซือหม่าหลุน} แต่กลับเปลี่ยนใจไปช่วยฝ่าย{ซือหม่าหยิ่ง}แทน ทางฝ่าย{ซือหม่าหลุน}[ป]ให้ 孙辅 (孙辅) Sūn Fǔ {ซุนฝู่}<ช่วย,เสริม> และ 張泓 (张泓) Zhāng Hóng {จางหง}<ชัดเจน,กว้างและลึก> นำทหาร 24,000 คนไปสกัดกั้นการบุกที่ด่านต่างๆ และให้ 孫會 (孙会) Sūn Huì {ซุนฮุ่ย}<ทำเป็น,กลุ่ม,รวม> นำทหาร 30,000 ไปรับมือ{ซือหม่าหยิ่ง}[ป] {จางหง}ได้ชัยชนะต่อ{ซือหม่าเจี่ยง}[ป]หลายครั้งติดต่อกัน ทำให้{ซือหม่าเจี่ยง}ต้องล่าถอยไปตั้งค่ายที่อำเภอ{หยิ่งยิน}เมืองเองฉวน{หยิ่งชวน}[ข-22.4] ซึ่งอยู่กึ่งกลางทางระหว่างอำเภอ{หยางตี๋}เมืองเองฉวนกับฮูโต๋{สู่ชาง}[ข-22.5] แต่{ซุนฝู่}เกิดความกลัวจึงหลบหนีกลับไปราชธานีลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4]แล้วปล่อยข่าวลือว่า{จางหง}พ่ายแพ้แล้ว {ซือหม่าหลุน}สั่งให้ทัพหลวงยกทัพกลับไปป้องกันลกเอี๋ยงจากทัพของ{ซือหม่าหยิ่ง} อย่างไรก็ตามทัพของ{ซือหม่าเจี่ยง}เริ่มตีโต้ได้ดีขึ้นมาก สามารถผลักดันทัพของ{จางหง}กลับไปราชธานี {ซุนฮุ่ย}นำทัพเข้าปะทะและพิชิตทัพของ{ซือหม่าหยิ่ง}ที่สะพานเหลือง 黃橋 (黄桥) Huáng Qiáo {หวงเฉียว} สามารถสังหารข้าศึกได้นับหมื่นคน {ซือหม่าหยิ่ง}ระดมไพร่พลอีกครั้งเข้าโต้ตอบทำลายทัพของ{ซุนฮุ่ย}ที่แม่น้ำสายหนึ่งทางเหนือของแม่น้ำฮองโห{หวงเหอ}[ฉ] ในวันที่ 30 พฤษภาคมปี 301/844 แม่ทัพราชองครักษ์ซ้าย นำทัพจากพระราชวังเข้าจับกุม{ซือหม่าหลุน}[ป] อีกสามวันต่อมาก็ถูกประหาร พระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[ป]ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นฮ่องเต้ดังเดิม พระองค์ก็จัดงานเฉลิมฉลองโดยการดื่มกินห้าวันติดต่อกันไม่มีการหยุด {ซือหม่าหยิ่ง}[ป]มาถึงราชธานีในวันที่ 1 มิถุนายน และ{ซือหม่าหยง}[ป]มาถึงในวันที่ 7 มิถุนายน บันทึกกล่าวว่า{ซือหม่าหยง}นำทหารสวมเสื้อเกราะจำนวนหลายแสนคนเข้าราชธานีจนฟ้าดินสะท้านเสทือนเป็นที่น่าเกรงขามในวันที่ 23 กรกฎาคม ในวันที่ 11 สิงหาคมปี 301/844 {ซือหม่าเจี่ยง} [ป]เข้าควบคุมการบริหารงานของรัฐบาล และ{ซือหม่าอ่าย}[ป]เป็นผู้บัญชาการกองทัพซ้าย แม้ว่า{ซือหม่าอ่าย}ไม่พอใจกับการปกครองของ{ซือหม่าเจี่ยง}ที่แย่งชิงพระราชอำนาจไปจากฮ่องเต้ก็มิได้แสดงออก ฝ่าย{ซือหม่าหยิ่ง}[ป]ทำตามคำแนะนำของ{หลูจื้อ}[ป]ย้ายกลับไปอาศัยอยู่ที่อำเภอเงียบกุ๋น{เย่}รัฐวุย{เว่ยกั๋ว}[ข-26.3]เพื่อดูแลพระมารดาที่ล้มป่วย พระองค์ให้ลำเลียงเมล็ดธัญพืชไปช่วยเหลือประชาชนในเขตที่ได้รับภัยแล้งและถูกภัยสงครามซ้ำเติมที่อำเภอ{หยางตี๋}เมืองเองฉวน{หยิ่งชวน}[ข-22.4] ทั้งยังสั่งให้ต่อโลงศพจำนวน 8,000 โลงเพื่อบรรจุทำพิธีไว้ทุกข์ให้กับผู้ที่เสียชีวิตในสงคราม และทำการกลบฝังทหารของ{ซือหม่าหลุน}[ป]ที่ตาย 14,000 คน {ซือหม่าเจี่ยง}[ป]สั่งให้{ซือหม่าหยิ่ง}กลับมาอาศัยในราชธานี แต่{ซือหม่าหยิ่ง}ปฏิเสธทั้งหมดนี้เป็นความคิดของ{หลูจื้อ} เมื่อ{ซือหม่าหลุน}[ป]ถูกพิชิตไปแล้ว ราชสำนักมีพระบรมราชโองการให้ชาวบ้านที่ลี้ภัยไปอยู่ในมณฑลเอ๊กจิ๋ว{อี้โจว}[ข-20]เดินทางกลับภูมิลำเนาทางเหนือตามเดิม อย่างไรก็ตามหลายคนเช่นกลุ่มที่นำโดย{หลี่เท่อ}[ป]ก็ไม่ปฏิบัติตามในฤดูหนาวปี 301/844 羅尚 (罗尚) Luó Shàng {หลัวซ่าง}<ให้คุณค่า,นับถือ> ผู้ตรวจราชการมณฑล{ซื่อสื่อ}[ข-12]เอ๊กจิ๋ว จึงส่งกองทหารเข้าปราบปราม ศึกอ๋องคนที่ 4 ปี 302/845 {ซือหม่าเจี่ยง}[ป]อ๋องแห่งรัฐเจ๋{ฉี} กลางปี 302/845 บุตรหลานเชื้อสายของ{ซือหม่ายู่}[ป]โอรสและเจ้าชายรัชทายาทของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[ป]สิ้นสุดลงทำให้เกิดความสับสนในการสืบสันตติวงศ์ {ซือหม่าเจี่ยง}[ป]แต่งตั้งให้โอรสของ 司馬遐 (司马遐) Sīmǎ Xiá {ซือหม่าเสีย}<ไกล,ยืนนาน> อ๋องแห่งรัฐ{ชิงเหอ}[ข-26.9] ผู้เป็นน้องชายของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้} ชื่อ{ซือหม่าถัน}[ป]เป็นเจ้าชายรัชทายาท ในขณะเดียวกัน{ซือหม่าแยว่}[ป]อ๋องแห่งตองไฮ{ตงไห่}[ข-23.5]ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นราชเลขาธิการกลาง {ซือหม่าเจี่ยง}[ป]ต้องการแต่งตั้งให้ 李含 Lǐ Hán {หลี่หัน}<อมในปาก,บรรจุ> หัวหน้าปลัดสำนักงานของ{ซือหม่าหยง}[ป]เป็นนายพันเอกปลัดผู้ดูแลควบคุมทัพ แต่{หลี่หัน}ไม่กล้ารับตำแหน่งเพราะเป็นปรปักษ์ขัดแย้งอยู่กับ 皇甫商 Huángfǔ Shāng {หวงฝู่ซาง}<ปรึกษา,จัดการ> ที่ปรึกษาคนหนึ่งของ{ซือหม่าเจี่ยง} {หลี่หัน}จึงหนีกลับไปหา{ซือหม่าหยง}อ้างว่ามีราชโองการลับสั่งให้{ซือหม่าหยง}กำจัด{ซือหม่าเจี่ยง} {ซือหม่าหยง}เชื่อจึงก่อการกบฏด้วยทหารหนึ่งแสนคน โดยความช่วยเหลือของ{ซือหม่าหยิ่ง}[ป] เมื่อข่าวการกบฏไปถึงราชธานี {ซือหม่าอ่าย}[ป]ถูกโยงเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยว่าต้องการกำจัด{ซือหม่าเจี่ยง} ดังนั้น{ซือหม่าเจี่ยง}จึงส่งกองทหารไปสังหาร{ซือหม่าอ่าย}เสีย แต่{ซือหม่าอ่าย}หนีเข้าไปหลบในพระราชวัง ใช้กองทหารของสำนักพระราชวังและกองทหารของตนเองยืนหยัดต้านทานทัพของ{ซือหม่าเจี่ยง}ในลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4]เป็นเวลาสามวัน ต่อมานายทหารของ{ซือหม่าเจี่ยง}ทรยศเข้าจับกุมตัวเจ้านายของตัวเองสังหาร สุดท้าย{ซือหม่าอ่าย}[ป]ยึดอำนาจในราชธานีได้ แต่เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งจึงยอมให้ {ซือหม่าหยิ่ง}[ป]ที่อำเภอเงียบกุ๋น{เย่}รัฐวุย{เว่ยกั๋ว}[ข-26.3]เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในเรื่องสำคัญของแผ่นดิน ศึกอ๋องคนที่ 5 ปี 303/846 - 304/847 {ซือหม่าอ่าย}[ป]อ๋องแห่งเตียงสา{ฉางซา}[ข-21.5] การบริหารงานราชการแผ่นดินในยุคของ{ซือหม่าอ่าย}[ป]นั้นล้มเหลวในการปราบปรามขบวนการก่อกบฏทั้งหลายในราชอาณาจักร ทางตะวันตกเฉียงใต้ กบฏ{หลี่เท่อ}[ป]ยังคงดำเนินต่อไปแม้ตัวผู้นำจะเสียชีวิตไปแล้ว มีการกบฏของชนเผ่าลำหม่าน{หนานหมาน}[ช-1]ในหุบเขาตอนกลางของแม่น้ำแยงซีเกียง{ฉางเจียง}[ฉ]ที่ใส่หมวกแดงและเขียนหนวดเคราปลอมนำโดย 張昌 (张昌) Zhāng Chāng {จางชาง}<รุ่งเรือง> เมื่อ{ซือหม่าอ่าย}สั่งการให้{ซือหม่าหยง}[ป]นำทัพไปปราบปราม {ซือหม่าหยง}ก็ปฏิเสธ ทั้ง{ซือหม่าอ่าย}ยังขัดแย้งกับ{ซือหม่าหยิ่ง}[ป]ในเรื่องที่ไม่สามารถช่วยเหลือในการต่อสู้กับเหล่ากบฏ และเนื่องจาก{ซือหม่าอ่าย}จับกุมและประหาร{หลี่หัน} จึงผิดใจกับทั้ง{ซือหม่าหยง}และ{ซือหม่าหยิ่ง} ในปี 303/846 {ซือหม่าหยง}[ป]ส่งทัพเจ็ดหมื่นคนภายใต้แม่ทัพ{จางฟาง}[ป]เข้าโจมตีราชธานี {ซือหม่าหยิ่ง}[ป]ก็นำทหารสองแสนคนมาด้วยภายใต้แม่ทัพ 陸機 (陆机) Lù Jī {ลู่จี}<โต๊ะ,เครื่องจักร> เข้าโจมตีราชธานีเช่นกัน ในวันที่ 21 กันยายนปี 303/846 {ซือหม่าอ่าย}[ป]ให้แม่ทัพ{หวงฝู่ซาง}นำทัพหนึ่งหมื่นคนเข้าต้านรับ{จางฟาง}แต่ก็พ่ายแพ้ในขณะที่{ซือหม่าอ่าย}ทำทัพออกไปเผชิญหน้ากับทัพหน้าของ{ลู่จี} แม้สามารถได้รับชัยชนะ แต่ลกเอี๋ยงก็ถูก{จางฟาง}เข้าตีตลบหลัง ในวันที่ 3 พฤศจิกายน {ซือหม่าอ่าย}ปะทะกับ{ลู่จี}ที่นอกเมือง ด้วยทหารม้าหลายพันนายที่มีอาวุธง้าวสองปลายสามารถพิชิตทัพของ{ลู่จี}จนยับเยิน แม้{ลู่จี}จะหลบหนีไปได้ แต่ก็ถูก{ซือหม่าหยิ่ง}สั่งประหารแม่ทัพ 孟玖 Mèng Jiǔ {เมิ่งจิ่ว}<หยกดำ> ถูกแต่งตั้งให้บัญชาการรบแทน {ซือหม่าอ่าย}[ป]มุ่งหน้าตะวันตกและโจมตี{จางฟาง}[ป] สังหารข้าศึกไปได้ถึง 5,000 คน {จางฟาง}กลับไปค่ายในคืนนั้นเพื่อทำการก่อสร้างหอรบรับมือ {ซือหม่าอ่าย}เข้าโจมตีแต่ไม่สำเร็จ {ซือหม่าหยิ่ง}[ป]เสนอให้แบ่งแผ่นดินกันหาก{ซือหม่าอ่าย}แสดงความจริงใจโดยการประหาร{หวงฝู่ซาง}ก่อน แต่{ซือหม่าอ่าย}ปฏิเสธ {จางฟาง}[ป]ทำลายเขื่อนพันทองคำ 千金堨 Qiān Jīn è {เฉียนจินเอ้อ} ตัดเส้นทางลำเลียงส่งน้ำใช้ของลกเอี๋ยง {ซือหม่าอ่าย}[ป]ส่ง 劉沈 (刘沈) Liú Chén {หลิวเฉิน}<จุ่ม,จม> และ{หวงฝู่ซาง}ไปโจมตีเตียงฮัน{ฉางอัน}[ข-3] แต่{หวงฝู่ซาง}ถูกจับตัวได้และถูกสังหาร แม้เกิดเหตุการณ์ต่างๆ เหล่านี้{ซือหม่าอ่าย}ยังคงมีกำลังใจดีแม้ขาดแคลนเสบียงอาหาร พอถึงต้นปี 304/847 {จางฟาง}ก็ตัดใจเตรียมเลิกการปิดล้อมราชธานีลกเอี๋ยง แต่{ซือหม่าแยว่}[ป]ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเป็นองคมนตรีฝ่ายปฏิบัติการ{ซือคง}[ก-11.3]กลัวว่าจะแพ้แล้วบำบาก กลับลักพาตัว{ซือหม่าอ่าย}ไปกักบริเวณไว้ในบ้าน แล้วเปิดประตูเมืองยอมจำนนต่อข้าศึก แต่เมื่อเห็นว่าข้าศึกนั้นอ่อนแอมากกว่าที่คิดก็เปลี่ยนใจไม่ทัน แม้อยากลอบปล่อยตัว{ซือหม่าอ่าย}แต่ก็กลัวผลที่จะเกิดตามมาหาก{ซือหม่าอ่าย}ต้องการแก้แค้นจึงปล่อยเลยตามเลยส่งตัว{ซือหม่าอ่าย}ให้{จางฟาง} {ซือหม่าอ่าย}จึงถูกเผาจนตายทั้งเป็นเมื่ออายุเพียง 28 ปี {ซือหม่าหยง}[ป]เรียกให้{จางฟาง}[ป]ไปจัดการกับ {หลิวเฉิน}[ป]แม่ทัพของ{ซือหม่าอ่าย}[ป]ที่ได้ชัยชนะระหว่างเดินทัพไปตีเตียงฮัน{ฉางอัน}[ข-3] ก่อนเดินทัพกลับ {จางฟาง}จับทาสหญิงนับหมื่นคนในลกเอี๋ยงมาสับเนื้อเป็นชิ้นๆเลี้ยงดูทหารของตน เมื่อมาถึงเตียงฮันก็ทันเวลาพอดีที่จะพิชิตและจับกุมตัว{หลิวเฉิน} {ซือหม่าหยิ่ง}[ป]แต่งตั้งให้{ซือหม่าแยว่}[ป]เป็นราชเลขาธิการ ในขณะที่ตนเองสั่งการบริหารแผ่นดินจากอำเภอเงียบกุ๋น{เย่}รัฐวุย{เว่ยกั๋ว}[ข-26.3] แล้วส่งกองทัพด้วยไพร่พล 50,000 คนภายใต้แม่ทัพ{สือเชา}[ป]ไปดูแลปกป้องลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4] ศึกอ๋องคนที่ 6 ปี 304/847 {ซือหม่าหยิ่ง}[ป]อ๋องแห่งเซงโต๋{เฉิงตู}[ข-20.1] ในวันที่ 8 เมษายนปี 304/847 {ซือหม่าหยิ่ง}[ป]จับตัวฮองเฮาของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[87]รัชกาลที่ 2 ไปกักขัง และปลด{ซือหม่าถัน}[ป]แล้วสถาปนาตนเองขึ้นเป็นเจ้าชายรัชทายาทแทน {ซือหม่าแยว่}[ป]จึงทำการแข็งเมืองขึ้นที่ลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4] คืนพระยศให้กับฮองเฮาและพระโอรส รวบรวมไพร่พลได้หนึ่งแสนคนตั้งทัพอยู่ที่อำเภอ{อันหยาง}ทางใต้ของอำเภอเงียบกุ๋น{เย่}รัฐวุย{เว่ยกั๋ว}[ข-26.3] แล้วเดินทัพไปโจมตีราชธานี {สือเชา}[ป]แม่ทัพของ{ซือหม่าหยิ่ง}เผชิญหน้ากับ{ซือหม่าแยว่}ในวันที่ 9 กันยายนปี 304/847 ฝ่าย{ซือหม่าแยว่}ได้รับความพ่ายแพ้และเสียหายอย่างหนักที่สมรภูมิ Dangyin ฮ่องเต้ได้รับบาดเจ็บในการรบ และถูก{สือเชา}จับตัวไป {ซือหม่าแยว่}หลบหนีไปรัฐตองไฮ{ตงไห่}[ข-23.5]ซึ่งเป็นรัฐศักดินาของตน ราชธานีลกเอี๋ยงถูกทัพของ{ซือหม่าหยง}[ป]ที่ตัดสินใจช่วย{ซือหม่าหยิ่ง}เข้ายึดครอง {ซือหม่าถัน}[ป]และฮองเฮาจึงถูกปลดอีกครั้งหนึ่ง ทางภาคเหนือ แม่ทัพ{หวังจุ้น2}[ป]เดิมอยู่กับฮองเฮา{เจี่ยหนานเฟิง}[87] ก่อกบฏขึ้น {ซือหม่าหยิ่ง}[ป]ใช้ให้{หลิวยวน}[ช-3]หัวหน้าเผ่าซุงหนูใต้{เซียงหนู}[ช-3]ไปปราบปราม แต่{หลิวยวน}กลับถือโอกาศแข็งเมืองตั้งตนเป็นฮั่นอ๋อง อ้างสิทธิ์เป็นทายาทอันชอบธรรมในบัลลังก์สืบทอดราชวงศ์ฮั่น (เพราะมีญาติทางฝ่ายสตรีในตระกูลเป็นเจ้าหญิงในราชวงศ์ฮั่น จากนโยบายสมรสสันถวไมตรี{เหอชิน}[ง-8.11]มาหลายยุคหลายสมัยในช่วงหลายร้อยปีตั้งแต่ราชวงศ์ฮั่นตอนต้น และระหว่างนั้นได้มีการเปลี่ยนแซ่เป็นเล่า{หลิว} ตามเชื้อพระวงศ์ในราชวงศ์ฮั่น) {หลิวยวน}ชักชวนรวบรวมชนชาวเผ่าเดียวกันให้มากอบกู้ชื่อเสียงของบรรพบุรุษที่เคยยิ่งใหญ่ในอดีต จนมีประชากรเพิ่มจากสองหมื่นเป็นห้าหมื่นคน ที่ปรึกษา{หลูจื้อ}[ป]ของ{ซือหม่าหยิ่ง}[ป]แนะนำให้ใช้ทหารเสื้อเกราะ 15,000 ที่เหลืออยู่อารักขาพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[87]กลับราชธานีลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4] แต่ในตอนเช้าตรู่ก็พบว่าทหารทั้งหมดหนีทัพไปกันหมดแล้ว เมื่อไม่มีทหารเหลือจึงพากันหลบหนีไปลกเอี๋ยง {จางฟาง}[ป]แม่ทัพของ{ซือหม่าหยง}[ป]ยึดตัวพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[87]ไว้ได้ ทั้งหมดเดินทางไปเตียงฮัน{ฉางอัน}[ข-3] {ซือหม่าหยง}[ป]ถอดถอน{ซือหม่าหยิ่ง}ออกจากการเป็นเจ้าชายรัชทายาท แล้วแต่งตั้ง{ซือหม่าชื่อ}[ป]ขึ้นแทน การกระทำนี้ก่อให้เกิดความไม่พอใจในวงกว้างเพราะผู้คนในแถบนี้ยังคงรักใคร่นับถือ{ซือหม่าหยิ่ง}กันอยู่มาก 公師藩 (公师藩) Gōngshī Fān {กงซือฟาน}<รั้ว,ขวางกั้น> แม่ทัพคนหนึ่งของ{ซือหม่าหยิ่ง}ก่อกบฏโดยมี{จี้ซาง}[ป]สมุหเทศาภิบาลมณฑลและ{สือเล่อ}[ป]อดีตทาสชาวเผ่า{เจี๋ย}[ช-9] ในขณะเดียวกัน{หลี่เสียง}[ป]บุตรชายของ{หลี่เท่อ}[ป]ผู้นำของผู้อพยพชาวเผ่า{ปา}[ช-10]และเผ่า{ตี}[ช-6]ก็สถาปนาอาณาจักร 成漢 (成汉) Chéng Hàn {เฉิงฮั่น} ที่เซงโต๋{เฉิงตู}[ข-20.1] ในปี 304/847 ศึกอ๋องคนที่ 7 ปี 305/848 - 306/849 {ซือหม่าหยง}[ป]อ๋องแห่งรัฐโฮกั้น{เหอเจียน}[ข-26.4] กลางปี 305/848 {ซือหม่าแยว่}[ป]ก่อการกบฏต่อ{ซือหม่าหยง}[ป]นำยกทัพไปชิงตัวพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[ป]กลับราชธานีลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4] มีอ๋องหลายคนสนับสนุนเข้าร่วมด้วย รวมทั้งกบฏ{หวังจุ้น2}[ป] แต่{หลิวเฉียว}[87]ผู้ตรวจราชการมณฑลอิจิ๋ว{ยู่โจว}[ข-22]พันธมิตรคนหนึ่ง เห็นว่า{ซือหม่าแยว่}นั้นเผด็จการหลงแก่อำนาจ จึงแปรพักตร์ไปอยู่กับฝ่าย{ซือหม่าหยง} ทัพ{หลิวเฉียว}เข้าสกัดกั้น{ซือหม่าแยว่}ไม่ให้เดินทัพไปตะวันตก 陳敏 (陈敏) Chén Mǐn {เฉินหมิ่น}<คล่องแคล่ว,ปัญญาไว> แม่ทัพของ{ซือหม่าแยว่}คนหนึ่งจึงขอกลับไปตะวันออกเพื่อเกณฑ์ทหารมาเพิ่ม แต่กลับก่อกบฏเข้ายึดดินแดงกังหนำ{เจียงหนาน}[ฉ] {ซือหม่าหยง}[ป]ปล่อยตัว{ซือหม่าหยิ่ง}[ป]และที่ปรึกษา{หลูจื้อ}[ป] มอบกองทหารให้หนึ่งพันคนไปช่วย{หลิวเฉียว}[87]รบ ในวันที่ 19 พฤศจิกายน ได้แต่งตั้งให้{จางฟาง}[ป]นำทหารหนึ่งแสนไปก้องกันเมืองฮูโต๋{สู่ชาง}[ข-22.5] ด้วยความช่วยเหลือจากทหารม้าของเผ่าซุงหนู{เซียงหนู}[ช-3]และเผ่า{เซียนเป่ย}[ช-4] {ซือหม่าแยว่}[ป]สามารถพิชิต{หลิวเฉียว}และกองหน้าของ {ซือหม่าหยิ่ง}ได้ {ซือหม่าแยว่}เสนอแบ่งแผ่นดินกันคนละครึ่งกับ{ซือหม่าหยง} แม้{ซือหม่าหยง}ต้องการจะยอมรับ แต่แม่ทัพ{จางฟาง}[ป]แนะนำให้สู้รบต่อไป {ซือหม่าหยง}จึงส่งตัดศีรษะของ{จางฟาง}ส่งไปให้{ซือหม่าแยว่}เป็นสัญลักษณ์ของไมตรี {ซือหม่าแยว่}ไม่สนใจยังคงรุกคืบหน้าไปเตียงฮัน{ฉางอัน}[ข-3] ในปี 306/849 {ซือหม่าแยว่}เข้ายึดเมืองเตียงฮันได้สำเร็จ ในขณะที่ทหารเผ่า{เซียนเป่ย}[ช-4]ที่มาช่วยรบ ทำการปล้นสดมภ์เมืองและสังหารผู้คนล้มตายไปสองหมื่นคน {ซือหม่าหยง}หลบหนีไปภูเขา 太白山 Tài Bái Shān {ไท่ไป๋ซาน} {ซือหม่าหยิ่ง}หลบหนีไปที่อำเภอเงียบกุ๋น{เย่}รัฐวุย{เว่ยกั๋ว}[ข-26.3] ภายหลังต่อมา {ซือหม่าหยง}[ป]กลับมายึดเมืองเตียงฮัน{ฉางอัน}[ข-3]ไปได้ก็เก็บตัว ในขณะที่{ซือหม่าแยว่}[ป]กล่ยเป็นอ๋องคนใหม่ที่มีอำนาจในราชสำนักที่ย้ายกลับไปอยู่ที่ราชธานีลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4] ในปี 306/849 劉柏根 (刘柏根) Liú Bó Gēn {หลิวโป๋เกิน}<สนซีดาร์><ราก,ฐาน> นายอำเภอ 惤 Jiān {เจียน} ตั้งตนเป็นสมเด็จเจ้าพระยา{กง} แล้วเข้ายึดครองมณฑลเฉงจิ๋ว{ชิงโจว}[ข-18] แต่ถูกโค่นล้มและสังหารโดย{หวังจุ้น2}[ป] แต่{หวังหมี}[ป]บริวารคนหนึ่งหลบหนีไปเป็นโจรที่ภูเขา 長廣山 (长广山) Zhǎng Guǎng Shān {จ่างก่วงซาน} ซ่องสุมผู้ติดตามจนเป็นกลุ่มใหญ่ ศึกอ๋องคนที่ 8 ปี 306/849 - 307/850 {ซือหม่าแยว่}[ป]อ๋องแห่งตองไฮ{ตงไห่}[ข-23.5] {ซือหม่าหยิ่ง}[ป]หลบหนีไปอำเภอ{ฉางเก้อ}ทางเหนือของฮูโต๋ แต่ถูกจับกุมและกักบริเวณไว้ในบ้านโดย 司馬虓 (司马虓) Sīmǎ Xiāo {ซือหม่าเซียว}<เสือคำราม> หนึ่งเดือนต่อมาก็เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา 劉輿 (刘舆) Liú Yú {หลิวหยู}<รถม้า,เสลี่ยงหาม> ผู้ดำรงตำแหน่งสืบต่อจาก{ซือหม่าเซียว}ปลอมพระบรมราชโองการสั่งประหารชีวิต{ซือหม่าหยิ่ง} {หลูจื้อ}[ป]ขุนนางที่ปรึกษาทำพิธีกลบฝัง{ซือหม่าหยิ่ง}แล้วไปรับตำแหน่งหัวหน้าปลัดสำนักงานให้กับ{ซือหม่าแยว่}[ป] ในเวลาเดียวกัน{ซือหม่าหยง}[ป]ติดอาวุธเข้ายึดเตียงฮัน{ฉางอัน}[ข-3] แต่ก็รุกคืบหน้าไปได้ไม่เกินเขตกวนตง{กวนจง}[ฉ] ทั้งสองฝ่ายจึงยันกันอยู่เฉยๆ วันที่ 8 มกราคมปี 307/850 {ซือหม่าจง}หรือพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[ป]รัชกาลที่ 2 สิ้นพระชนม์จากยาพิษในขนมแป้งสาลีดังนั้น{ซือหม่าชื่อ}[ป]น้องชายผู้เป็นเจ้าชายรัชทายาทขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระเจ้า 晉懷帝 (晋怀帝) Jìn Huái Dì {จิ้นหวยตี้} รัชกาลที่ 3 ของจิ๋นต่อมา ในพระราชพิธีราชาภิเษก พระเจ้า{จิ้นหวยตี้}มีพระบรมราชโองการให้{ซือหม่าหยง}[ป]เข้ามาในราชสำนักเพื่อรับตำแหน่งเป็นองคมนตรีฝ่ายบริการ{ต้าซือถู}[ข-11.2] {ซือหม่าหยง}เชื่อว่าตนจะได้รับการพระราชทานอภัยโทษจึงยอมเข้าราชธานี แต่กลับถูกลอบสังหารระหว่างทางโดยนายทหารผู้จงรักภักดีต่อ 司馬模 (司马模) Sīmǎ Mó {ซือหม่าโม๋}<เลียนแบบ,รูปแบบ> อ๋องแห่งเมืองลำหยง{หนานหยาง}[ข-21.1] {ซือหม่าแยว่}[ป]จึงเป็นผู้ชนะคนสุดท้ายในศึกแปดอ๋อง แต่ชัยชนะของ{ซือหม่าแยว่}นั้นสั้น {หวังหมี}[ป]เข้ายึดฮูโต๋{สู่ชาง}[ข-22.5]ได้ในหนึ่งปีต่อมา ในเวลาเดียวกัน{จี้ซาง}[ป]และ{สือเล่อ}[ป]ก็เข้าปล้นเงียบกุ๋น{เย่จุ้น}[ข-26.3]ในปี 307/850 ต่อมา{หวังหมี}และ{สือเล่อ}เข้าร่วมกับ{หลิวยวน}[ช-3] ทั้งสามร่วมกันย่ำยีดินแดนจีนฝั่งเหนือของแม่น้ำฮองโห{หวงเหอ}[ฉ]เกือบทั้งหมด ในปี 308/851 {ซือหม่าแยว่}ส่งทหารเสื้อเกราะ 3,000 คนไปสังหารข้าราชสำนักคนสนิทของพระเจ้า{จิ้นหวยตี้}หรือ{ซือหม่าชื่อ}[ป]รัชกาลที่ 3 ของจิ๋น ทำให้{ซือหม่าแยว่}สูญเสียความเคารพนับถือในราชสำนัก ยิ่งทำให้{ซือหม่าแยว่}ต้องกดดันควบคุมราชสำนักมากขึ้น ในเดือนเมษายนปี 310/853 {สือเล่อ}ยึดฮูโต๋{สู่ชาง}[ข-22.5] พระเจ้า{จิ้นหวยตี้}วางแผนกับ 苟晞 Gǒu Xī {โก่วซี}<รุ่งอรุณ,ผึ่งแดด> รองแม่ทัพของ{ซือหม่าแยว่}เพื่อลอบทำร้าย{ซือหม่าแยว่}[ป] ในวันที่ 23 เมษายน ปี 311/854 {ซือหม่าแยว่}ก็เสียชีวิตด้วยความกดดันเคร่งเครียด ขบวนแห่ศพถูก{สือเล่อ}ปล้นระหว่างทางไปรัฐตองไฮ{ตงไห่}[ข-23.5]ที่เป็นรัฐศักดินา ขุนนางและชาวบ้านนับแสนคนถูกสังหารจนซากศพทับกันกองเป็นภูเขาไม่มีผู้ใดรอดชีวิตแม้แต่คนเดียว {หลิวยวน}[ช-3]เสียชีวิตในปี 310/853 劉聰 (刘聪) Liú Cōng {หลิวชง}<ฉลาด,รับรู้ไว> บุตรชายคนที่สี่ขึ้นปกครองอาณาจักร 漢趙 (汉赵) Hàn Zhào {ฮั่นเจ้า} ของชนเผ่าซุงหนู{เซียงหนู}[ข-3]สืบต่อมา ในวันที่ 13 กรกฎาคมปี311/854 {สือเล่อ}นำทัพชาวเผ่าซุงหนู 27,000 คนเข้าปล้นราชธานีลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ช-4] และจับตัวพระเจ้า{จิ้นหวยตี้}ไปเป็นตัวประกัน ซึ่งสิ้นพระชนม์ในขณะที่เป็นเชลยอยู่อีกสองปีต่อมา ราชบัลลังก์ราชวงศ์จิ๋นถูกสืบทอดโดย{ซือหม่าเย่}[ป]หรือพระเจ้า{จิ้นหมิ่นตี้} รัชกาลที่ 4 ทัพหน้าซึ่งเป็นทหารม้าจำนวนสองหมื่นคนของชนเผ่าซุงหนู{เซียงหนู}[ข-3]มุ่งหน้าตะวันตกเข้าโจมตี 司馬模 (司马模) Sīmǎ Mó {ซือหม่าโม๋}<เลียนแบบ,รูปแบบ> น้องชายที่ยังรอดชีวิตเหลืออยู่ของ{ซือหม่าแยว่}[ป] ทัพหลวงของซุงหนูตีด่านตงก๋วน{ถงกวน}[ฉ]แตกเข้าปิดล้อมเตียงฮัน{ฉางอัน}[ข-3] จนยอมจำนนในปี 316/859 พระเจ้า{จิ้นหมิ่นตี้}ถูกสังหารในอีกไม่กี่เดือนต่อมา เป็นการสิ้นสุดยุคราชวงศ์จิ๋นตะวันตก{ซีจิ้น}[ป-1] ภายในสี่ปีหลังจากได้รับชัยชนะในศึกแปดอ๋อง {ซือหม่าแยว่}[ป]ถูกกดดันจนถึงแก่ชีวิต จากการก่อกบฏทั้งหลายการรุกรานของชนเผ่าชายแดนและการเมืองในราชสำนัก ห้าปีหลังจากที่{ซือหม่าแยว่}เสียชีวิต ทั้งราชธานีลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-5]และราชธานีเตียงฮัน{ฉางอัน}[ข-4]ก็ล่มสลาย และดินแดนทางภาคเหนือของแผ่นดินจีนเกือบทั้งหมดต้องอยู่ภายใต้การปกครองของชนเผ่าต่างๆ ที่ก่อตั้งเป็นอาณาจักรต่างๆ ชีวิตจริงตัวละคร {ซือหม่าจง} 司馬衷 (司马衷) Sīmǎ Zhōng {ซือหม่าจง}<ความรู้สึกภายใน> ชื่อทางการ 正度 Zhēng Dù {เจิงตู้}<ตั้งตรง,เหมาะสม,ถูกต้อง><ผ่าน,วัด,ใช้เวลา> ต่อมาขึ้นครองราชย์เป็นรัชกาลที่สองของราชวงศ์จิ๋น{จิ้น}[ป] เมื่อสิ้นพระชนม์แล้วได้รับพระนามว่าพระเจ้า 晉惠帝 (晋惠帝) Jìn Huì Dì {จิ้นฮุ่ยตี้}<ใจดี> {ซือหม่าจง}เป็นบุตรของสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]และนาง{หยางเยี่ยน}[87] เกิดในปี 259/802 ตั้งแต่เมื่อครั้งบิดายังเป็นผู้ช่วยของสุมาเจียว{ซือหม่าเจา}[78]ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินของวุย ผู้เป็นปู่ {ซือหม่าจง}เป็นบุตรคนที่สอง 司馬軌 (司马軌) Sīmǎ Guǐ {ซือหม่ากุ่ย}<เส้นทาง> พี่ชายคนโตเสียชีวิตตั้งแต่อายุยังน้อย ไม่มีการบันทึกว่าความผิดปกติทางการพัฒนาการของสมอง หรือความปัญญาอ่อนของ{ซือหม่าจง}นั้นรู้กันตั้งแต่เมื่อไร อย่างไรก็ตามเมื่อสุมาเจียว{ซือหม่าเจา}[78]เสียชีวิตในเดือนกันยายนปี 265/808 สุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดินของวุยสืบต่อ และบังคับให้พระเจ้าโจฮวน{เฉาห้วน}[84]สละราชสมบัติแล้วสถาปนาตนเองขึ้นเป็นปฐมฮ่องเต้แห่งราชวงศ์จิ๋น{จิ้น}[ป]ในเดือนกุมภาพันธ์ปี 266/809 ก็ได้แต่งตั้งให้{ซือหม่าจง}ซึ่งขณะนั้นมีอายุ 7 ขวบเป็นเจ้าชายรัชทายาทในปีต่อมา 267/810 เมื่อเจริญพระชนมพรรษามากขึ้น ความพิการทางสมองของเจ้าชายรัชทายาทก็เห็นได้ชัดขึ้น พระองค์สามารถเรียนรู้ที่จะเขียนอ่าน แต่ไม่สามารถมีวิจารณญานในการใช้เหตุผลตัดสินใจอย่างเหมาะสมด้วยตนเอง ครั้งหนึ่งพระองค์ได้ยินเสียงกบร้อง จึงถามอย่างจริงจังว่า “พวกมันร้องเพราะอยากร้อง หรือเพราะว่าราชสำนักสั่งให้มันร้อง” เมื่อชาวบ้านอดอยากไม่มีข้าวกิน พระองค์ก็พูดว่า “ทำไมไม่กินโจ๊กกับเนื้อบดละ” หลายครั้งที่เหล่าขุนนางตักเตือนพระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]ในเรื่องนี้ แต่ฮ่องเต้ก็ไม่เคยตระหนักเห็นความรุนแรงของความพิการของเจ้าชายเลย จึงทรงปฏิเสธที่จะเปลี่ยนตัวรัชทายาทตามความเห็นที่ทูลถวาย จริงๆ แล้วพระเจ้าสุมาเอี๋ยนทรงเป็นกังวลที่เหล่าขุนนางพากันนิยมสุมาฮิว{ซือหม่าโยว}[87]อ๋องแห่งรัฐเจ๋{ฉี} น้องชายของพระองค์ที่มีความสามารถสูง และอาจแอบหวังให้สุมาฮิวขึ้นมาเป็นเจ้าชายรัชทายาทแทน พระองค์จึงสั่งให้สุมาฮิวไปอาศัยในดินแดนศักดินาของตนเอง จนสุมาฮิวสิ้นชีวิตด้วยความโกรธแค้นในปี 283/826 ในปี 272/815 {ซือหม่าจง}เจ้าชายรัชทายาทอายุ 13 ปี ทำการสมรสกับนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]บุตรสาวของแกฉง(กาอุ้น){เจี่ยชง}[82] ซึ่งมีอายุ 14 ปี แก่ว่าสองปี พระนางเป็นคนที่ก้าวร้าวรุนแรงและขี้อิจฉา แต่พระนางก็มีวิธีที่ทำให้สามีทั้งรักทั้งกลัวพระนาง ทั้งสองมีพระธิดาด้วยกันสี่คนไม่มีโอรส แต่{ซือหม่าจง}มีโอรสองค์หนึ่งกับพระสนม 謝玖 (谢玖) Xiè Jiǔ {เซี่ยจิ่ว}<หยกดำ> ชื่อ{ซือหม่ายู่}[ป] พระสนม{เซี่ยจิ่ว}นั้นเดิมเป็นสนมของพระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87] แต่ถูกให้มาสอนการร่วมเพศให้กับ{ซือหม่าจง}ก่อนร่วมหอกับนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87] {ซือหม่ายู่}เป็นที่รักใคร่ของพระเจ้าสุมาเอี๋ยนผู้เป็นปู่เป็นอันมาก เพราะเห็นว่า{ซือหม่ายู่}นั้นเฉลียวฉลาดและหน้าตาคล้ายกับสุมาอี้{ซือหม่าอี้}[35]ที่เป็นปู่ของพระองค์ และก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่พระเจ้าสุมาเอี๋ยนไม่ต้องการปลด {ซือหม่าจง}ออกจากการเป็นเจ้าชายรัชทายาท อย่างไรก็ตาม นอกจากพระสนม{เซี่ยจิ่ว}แล้ว สนมคนอื่นๆ ก็ไม่มีโอรสธิดากับ{ซือหม่าจง}อีกเลยแม้จะมีบางคนตั้งครรภ์ แต่ก็ถูกกำจัดโดยพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]ด้วยความอิฉาเสียก่อน พระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]โกรธมาก ต้องการปลดพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}ออก แต่นาง{หยางจื่อ}[87]ฮองเฮาองค์ที่สองของพระองค์ยับยั้งไว้ ด้วยเห็นแก่ความดีความชอบของกาอุ้น(แกฉง){เจี่ยชง}[82]บิดาของพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}ที่มีส่วนช่วยสถาปนาราชวงศ์ ในปี 289/832 พระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]ใกล้จะสิ้นพระชนม์ ทรงพิจารณาเลือกผู้ที่จะมาเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินให้กับพระโอรส ระหว่าง{หยางจุ้น}[87]บิดาของฮองเฮา{หยางจื่อ}[87] กับ{ซือหม่าเลี่ยง}[87]อ๋องแห่งยีหลำ{หรู่หนาน}[ข-22.1]อาของพระองค์ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับความเคารพนับถือของเชื้อพระวงศ์ทั้งหลาย ด้วยความกลัว{หยางจุ้น}จึงส่ง{ซือหม่าเลี่ยง}ไปประจำอยู่ที่เมืองฮูโต๋{สู่ชาง}[ข-22.5] ในปี 290/833 พระเจ้าสุมาเอี๋ยนตัดสินใจแต่งตั้งทั้งสองคนเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินร่วมกัน แต่พระบรมราชโองการถูก{หยางจุ้น}แก้ไขให้ตนเองเป็นผู้สำเร็จราชการเพียงคนเดียว {ซือหม่าจง}ขึ้นครองราชย์สืบต่อจากพระราชบิดาเมื่ออายุ 31 ปี พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]เป็นฮองเฮา ฮองเฮา{หยางจื่อ}[87]เป็นไทเฮาพระพันปีหลวง และ{ซือหม่ายู่}[ป]เป็นเจ้าชายรัชทายาท ในช่วง 17 ปีที่{ซือหม่าจง}ครองราชย์นั้น ต้องตกอยู่ภายใต้อิทธิพลทางการเมืองของผู้สำเร็จราชการแผ่นดินหลายคนไม่เคยมีอำนาจปกครองแผ่นดินด้วยพระองค์เองเลย ผู้สำเร็จราชการแผ่นดินเหล่านี้คือ {หยางจุ้น}[87] ปี 290-291 {ซือหม่าเลี่ยง}[87]และอุยก๋วน(วุย){เว่ยกวน}[87] ปี 291 นาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87] ปี 291-300 {ซือหม่าหลุน}[ป] ปี 300-301 {ซือหม่าจ่อง}[ป] ปี 301-302 {ซือหม่าอ่าย}[ป] ปี 302-304 {ซือหม่าหยิ่ง}[ป] ปี 304 {ซือหม่าหยง}[ป] ปี 304-306 {ซือหม่าแยว่}[ป] ปี 306-307 {หยางจุ้น}[87]แสดงให้เห็นความเป็นเผด็จการแต่ไร้ความสามารถในการปกครอง ทำให้เกิดกระแสความเกลียดชังและโกรธแค้นในหมู่ขุนนางและเชื้อพระวงศ์ จึงพยายามเอาใจโดยให้ตำแหน่งและยศบรรดาศักดิ์ ยิ่งทำให้คนเหล่านั้นดูถูกมากยิ่งขึ้น {หยางจุ้น}รู้ว่าพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]ฮองเฮานั้นมีจิตใจแข็งกร้าวและชั่วร้าย จึงวางตัวคนที่จงรักภักดีต่อตนไว้ในตำแหน่งทางทหารของราชธานีลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4]ไว้ทั้งหมด ทั้งยังสั่งการให้พระบรมราชโองการทุกฉบับต้องลงพระนามโดยฮ่องเต้และไทเฮา{หยางจื่อ}[87]ก่อนจะประกาศใช้ได้ พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}โกรธแค้นมากที่ไม่มีสิทธิ์อำนาจในการแผ่นดิน และถูกขัดขวางคัดค้านโดย{หยางจุ้น}ตลอดเวลา จึงร่วมมือกับขันที 董猛 Dǒng Měng {ต่งเหมิ่ง}<กล้าหาญ,รุนแรง> แม่ทัพ 孟觀 (孟观) Mèng Guàn {เมิ่งก้วน}<มุมมอง,สังเกตุ> และ 李肇 Lǐ Zhào {หลี่เจ้า}<ตั้งต้น,จุดกำเนิด> ต่อต้าน{หยางจุ้น} พระนางต้องการให้{ซือหม่าเลี่ยง}[87]เข้าร่วมด้วย แต่{ซือหม่าเลี่ยง}ปฏิเสธ พระนางจึงชวน{ซือหม่าเหว่ย}[87]อ๋องแห่งฌ้อ{ฉู่} น้องชายของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}แทนทั้งหมดก่อการขึ้นในปี 291/834 ไทเฮา{หยางจื่อ}ถูกกักบริเวณในตำหนักจนเสียชีวิตในปีต่อมา กองทหารของ{หยางจุ้น}พ่ายแพ้ถูกประหารชีวิตทั้งตระกูลด้วยพระบรมราชโองการจากพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}ที่มีพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}เป็นผู้อยู่เบื้องหลังว่าเป็นกบฏ {ซือหม่าเลี่ยง}ถูกเรียกตัวกลับมาเป็นผู้สำเร็จราชการดังเดิมร่วมกับอุยก๋วน(วุย){เว่ยกวน}[87] {ซือหม่าเลี่ยง}[87]เริ่มต้นด้วยการเอาใจผู้ร่วมก่อการโค่นล้ม{หยางจุ้น}[87] คนหลายพันคนได้รับฐานันดรศักดิ์เป็นชั้นเจ้าพระยา{โหว}[ก-8] แม้ว่า{ซือหม่าเลี่ยง}และอุยก๋วน(วุย){เว่ยกวน}[87]จะพยายามประคับประคองให้ระบบการปกครองเข้าสู่ปกติ แต่พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]เข้ามาก้าวก่ายอยู่เสมอ แม้จะมีความพยายามกำจัด{ซือหม่าเหว่ย}ที่มีอารมณ์ร้ายออกจากตำแหน่งทางการทหารแต่ก็ไม่สำเร็จ 岐盛 Qí Shèng {ฉีเซิ่ง}<รุ่งเรือง> และ 公孫宏 Gōngsūn Hóng {กงซุนหง}<ยิ่งใหญ่> นายทหารของ{ซือหม่าเหว่ย}ใส่ร้ายต่อพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}ว่า{ซือหม่าเลี่ยง}และอุยก๋วนกำลังวางแผนกำจัดฮ่องเต้ ในฤดูร้อนปี 291/834 พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}ให้พระสวามีออกพระบรมราชโองการให้{ซือหม่าเหว่ย}ทำการปลดผู้สำเร็จราชการแผ่นดินทั้งสองออกจากตำแหน่ง ทั้งสองถูกจับประหารชีวิตทัังตระกูล {ฉีเซิ่ง}แนะนำให้{ซือหม่าเหว่ย}[87]ฉวยโอกาสกำจัดญาติพี่น้องของพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]แล้วเข้าควบคุมการปกครองแผ่นดินเอง ในขณะที่{ซือหม่าเหว่ย}ยังลังเล พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}ก็ประกาศว่า{ซือหม่าเหว่ย}กระทำการปลอมราชโองการ กองทัพจึงพากันละทิ้ง{ซือหม่าเหว่ย}ไป {ซือหม่าเหว่ย}ถูกจับประหารชีวิต ในขณะที่{ซือหม่าเลี่ยง}[87]และอุยก๋วน(วุย){เว่ยกวน}[87]ได้รับการคืนยศ หลังจากนั้นพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}ก็มีอำนาจเด็ดขาดอยู่หลังราชบัลลังก์นานหลายปีต่อมา โดยมีขุนนางผู้ใหญ่{จางหัว}[87]ที่ซื่อสัตย์มีความสามารถเป็นที่ปรึกษา ร่วมกับ 裴頠 (裴𬱟) Péi Wěi {เผยเหว่ย}<รถม้า> และ 賈模 (贾模) Jiǎ Mó {เจี่ยโม๋}<รูปแบบ,ต้นแบบ> ลูกพี่ลูกน้องและ{เจี่ยมี่}[ป]หลานน้า และ 郭彰 Guō Zhāng {กัวจาง}<ชัดเจน,ปรากฏ> ญาติทางมารดา 賈午 (贾午) Jiǎ Wǔ {เจี่ยอู่}<ก้านสรรค์ที่เจ็ด> น้องสาวและ 趙粲 (赵粲) Zhào Càn {เจ้าช่าน}<สวย,สดใส> พระสนมคนหนึ่งของพระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87] พระนางกระทำตามอำเภอใจ ขาดการควบคุมตัวเอง รวมทั้งประพฤติผิดในกามกับชายหลายคนแล้วฆ่าทิ้งเพื่อปิดปาก แม้ฝ่ายขุนนางผู้ใหญ่{จางหัว}[87] และ{เผยเหว่ย}จะวางแผนกำจัดพระนางแต่ไม่ได้ลงมือทำจริง จน{จางหัว}ป่วยเสียชีวิตในปี 299/842 ก็ไม่มีผู้ใดควบคุมพระนางได้อีก ในปี 296/839 เผ่า{ตี}[ช-6]และเผ่าเกี๋ยง{เชียงจู๋}[ช-2]ในแถบมณฑลเหลียงจิ๋ว{เหลียงโจว}[ข-27]หรือรัฐจิ๋น{ฉิน}โบราณ และมณฑลหยงจิ๋ว{ยงโจว}[ข-29]เริ่มก่อการกบฏ และสนับสนุนให้ 齊萬年 (齐万年) Qí Wàn Nián {ฉีว่านเหนียน}<หมื่น><ปี> หัวหน้าเผ่า{ตี}เป็นฮ่องเต้ ในปีต่อมาแม่ทัพ 周處 (周处) Zhōu Chǔ {โจวฉู่}<อยู่,อาศัย,สถานที่> ของจิ๋นที่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากส่วนกลางก็พ่ายแพ้ เมื่อเกิดภัยแล้งก็ทำให้ชาวบ้านที่มีเชื้อสายเผ่า{ตี}จำนวนมากพากันอพยพลงใต้ไปมณฑลเอ๊กจิ๋ว{อี้โจว}[ข-20]โดยมีผู้นำคือ{หลี่เท่อ}[ป] ในปี 299/842 แม่ทัพ 孟觀 (孟观) Mèng Guān {เมิ่งกวน}<เฝ้าดู,สังเกตุ> ก็ปราบปราม{ฉีว่านเหนียน}ได้สำเร็จ พอถึงปลายปี 江統 (江统) Jiāng Tǒng {เจียงถ่ง}<รวมกัน> ขุนนางระดับกลางเสนอให้พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]ขับไล่ชนเผ่าอนารยชนทั้งห้าเผ่า 五胡 Wǔ Hú {อู่หู}[ช] ให้ออกจากเขตราชอาณาจักรของจิ๋นให้หมด แต่พระนางไม่รับฟัง นาง{กัวห้วย}[ป]มารดาของพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]มักเตือนให้ดูแล{ซือหม่ายู่}เจ้าชายรัชทายาท เหมือนเป็นโอรสของพระนางเอง และเสนอให้จัดการแต่งงานน้องสาวของ{เจี่ยมี่}[ป]กับ{ซือหม่ายู่} แต่พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}และ นาง{เจี่ยอู่}ไม่เห็นด้วย จัดใ้ห้{ซือหม่ายู่}แต่งงานกับบุตรสาวของขุนนาง 王衍 Wáng Yǎn {หวังเหยี่ยน}<กระจาย,พัฒนา,ขยายผล>แทน ({หวังเหยี่ยน}มีบุตรสาวสองคน อีกคนหนึ่งแต่งงานกับ{เจี่ยมี่}) เมื่อสิ้นนาง{กัวห้วย} ความสัมพันธ์ระหว่างพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]กับ{ซือหม่ายู่}[ป]ก็สิ้นสุดลง เพราะ{เจี่ยอู่}น้องสาวและพระสนม{เจ้าช่าน}คอยยุยง รวมทั้ง{เจี่ยมี่}ก็ไม่ถูกกับ{ซือหม่ายู่} ในปี 299/842 ระหว่างที่{ซือหม่ายู่}[ป]กำลังเตรียมขอพระราชทานยศอ๋องให้กับ 司馬彬 (司马彬) Sīmǎ Bīn {ซือหม่าปิน}<เครื่องประดับ,กล่อมเกลา> บุตรชายที่ป่วยอยู่นั้น พระนางบังคับให้{ซือหม่ายู่}ดื่มสุราจนเมามาย แล้วให้คัดลอกข้อความว่ามีความปรารถนาจะฆาตกรรมบิดาเพื่อขึ้นครองราชย์เสียเอง แล้วพระนางก็นำเอกสารให้เหล่าขุนนางตัดสินความผิดประหารชีวิต แต่เมื่อถูกคัดค้านอย่างหนัก จึงเพียงปลดออกจากตำแหน่งลงเป็นสามัญชน และประหารพระสนม 謝玖 (谢玖) Xiè Jiǔ {เซี่ยจิ่ว}<หยกดำ> พระมารดา และพระสนม 蔣俊 (蒋俊) Jiǎng Jùn {เจี่ยงจุ้น}<ฉลาด> พระสนมคนโปรดของ{ซือหม่ายู่} ในปี 300/843 พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[ป]ส่งนักฆ่าไปลอบสังหาร{ซือหม่ายู่}[ป] {ซือหม่าหลุน}[ป]อ๋องแห่งรัฐเตียว{เจ้า}[ข-26.8] อาของพระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[78] ฉวยโอกาสก่อการรัฐประหารด้วยการกล่าวโทษว่าพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}สังหารเจ้าชายรัชทายาท เข้าทำการจับกุมและประหารขุนนางนายทหารคนสนิทของพระนางจนหมดสิ้น ตัวพระนางเองถูกปลดและถูกบังคับให้ฆ่าตัวตายในเวลาต่อมา {ซือหม่าหลุน}[ป]และที่ปรึกษา{ซุนซิ่ว}[ป]กุมอำนาจสูงสุดในอาณาจักร {ซือหม่าหลุน}คืนพระยศให้กับ{ซือหม่ายู่}[ป]ที่เสียชีวิตไปแล้ว และสถาปนา 司馬臧 (司马臧) Sīmǎ Zàng {ซือหม่าจั้ง}<คัมภีร์ศาสนา> บุตรชายของ{ซือหม่ายู่}ขึ้นมาเป็นเจ้าชายรัชทายาทแทน แต่{ซือหม่าหลุน}เองก็ปรารถนาในราชบัลลังก์จึงวางคนของตนไว้ในตำแหน่งสำคัญทั้งหมด {ซือหม่าหยุ่น}[ป]อ๋องแห่งห้วยหลำ{หวยหนาน}[ข-17.2]น้องชายของพระเจ้า{จิ๋นฮุยตี้}[ป]รู้ทันเมื่อ{ซือหม่าหลุน}สั่งให้เวณคืนกองทัพ {ซือหม่าหยุ่น}จึงก่อการกบฏ และในตอนแรกได้รับชัยชนะจนเกือบจะยึดจวนของ{ซือหม่าหลุน}ได้ พอตกเย็น 陳準 (陈准) Chén Zhǔn {เฉินจุ่น}<แม่นยำ,แน่นอน> ขุนนางผู้สนับสนุน{ซือหม่าหยุ่น}แอบขอธงพระราชทานจากพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}ไปให้{ซือหม่าหยุ่น}เพื่อแสดงว่าราชสำนักสนับสนุน แต่ขุนนางที่นำธงไปให้กลับเป็นเพื่อนสนิทของ 司馬虔 (司马虔) Sīmǎ Qián {ซือหม่าเฉียน}<เคารพ> บุตรของ{ซือหม่าหลุน} จึงฉวยโอกาสตัดมือของ{ซือหม่าหยุ่น}ขาดและเสียชีวิต กองทัพจึงแตกกระจัดกระจายไป ปลายปี 300/843 {ซือหม่าหลุน}[ป]ได้รับเก้าเครื่องยศพระราชทาน{จิ่วซี}[ก-21]ตามคำแนะนำของที่ปรึกษา{ซุนซิ่ว}[ป]ที่มีบทบาทอย่างแท้จริงในการปกครองแผ่นดินอยู่เบื้องหลังของ{ซือหม่าหลุน}และบุตรทั้งหลายที่โง่เขลาอีกต่อหนึ่ง ในฤดูหนาว{ซุนซิ่ว}[ป]ก็จัดการให้ 羊獻容 (羊献容) Yáng Xiàn Róng {หยางเซี่ยนหรง}<เสนอให้,อุทิศ><ยึดถือ,บรรจุ> หลานสาวของ 孫旂(孙旂) Sūn Qí {ซุนฉี}<ธง> ที่เป็นเพื่อนและญาติห่างๆ ของตน แต่งงานกับฮ่องเต้และขึ้นเป็นฮองเฮาองค์ใหม่ ในช่วงเวลาเดียวกัน 趙廞 (赵𫷷) Zhào Xīn {เจ้าซิน}<จัดเรียงตามลำดับ> ผู้ตรวจราชการมณฑล{ซื่อสื่อ}[ข-12]เอ๊กจิ๋ว{อี้โจว}[ข-20] ซึ่งเป็นญาติกับพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[ป]ก่อการกบฏตั้งตนเป็นใหญ่โดยความช่วยเหลือจาก{หลี่เท่อ}[ป]และ 李庠 Lǐ Xiáng {หลี่เสียง}<โรงเรียน>น้องชาย ต่อมาเมื่อ{เจ้าซิน}ไม่ไว้ใจในความสามารถสูงจึงสังหาร{หลี่เสียง} ด้วยความโกรธ{หลี่เท่อ}จึงแก้แค้นสังหาร{เจ้าซิน} แล้วกลับมายอมรับ{หลัวซ่าง}[ป]ผู้ตรวจราชการมณฑลคนใหม่ และที่ปรึกษา 辛冉 Xīn Rǎn {ซินหรั่น}<ขอบกระดองเต่า> ซึ่งเป็นเพื่อนเก่าของ{หลี่เท่อ}มาก่อน ฤดูใบไม้ผลิปี 301/844 {ซือหม่าหลุน}[ป]บังคับให้พระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}สละราชสมบัติให้กับตน แล้วยกย่องให้พระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}เป็นฮ่องเต้ผู้เกษียณ 太上皇 Tài Shàng Huáng {ไท่ซ่างหวง} และพยายามลดแรงเสียดทานจากผู้ต่อต้านทั้งหลายโดยการเลื่อนตำแหน่งให้ โดยที่ปรึกษา{ซุนซิ่ว}[ป]เป็นผู้ทำให้ตามความพอใจของตนเอง ก่อนหน้านั้น{ซุนซิ่ว}[ป]สงสัยว่าอ๋องสามคนอาจต่อต้านจึงส่งคนของตนไปแฝงตัวเป็นผู้ช่วย อ๋องทั้งสามคือ {ซือหม่าจ่อง}[ป]อ๋องแห่งรัฐเจ๋{ฉี}บุตรของสุมาฮิว{ซือหม่าโยว}[87] {ซือหม่าหยิ่ง}[ป]อ๋องแห่งเซงโต๋{เฉินตู}[ข-20.1]น้องของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้} และ{ซือหม่าหยง}อ๋องแห่งรัฐโฮกั้น{เหอเจียน}[ข-26.4]หลานปู่ของสุมาหู{ซือหม่าฝู}[62] ซึ่งอ๋องแต่ละคนมีกองทัพอันแข็งแกร่งเป็นของตนเอง {ซือหม่าจ่อง}ไม่ยอมรับจึงจัดเตรียมทัพเข้ากอบกู้พระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้} ทำให้{ซือหม่าอ่าย}[ป]อ๋องแห่งเตียงสา{ฉางซา}[ข-21.5]น้องของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้} และ 司馬歆 (司马歆) Sīmǎ Xīn {ซือหม่าซิน}<พอใจ,ถูกใจ> สมเด็จเจ้าพระยาแห่งซินเอี๋ย{ซินเหย่}[ข-21.1] ประกาศสนับสนุน{ซือหม่าจ่อง} ตอนแรก{ซือหม่าหยง}[ป]ให้แม่ทัพ{จางฟาง][ป]ของตนนำทหารไปช่วย{ซือหม่าหลุน}[ป]แต่เมื่อได้ยินว่า {ซือหม่าจ่อง}[ป]และ{ซือหม่าหยิ่ง}[ป]มีจำนวนทหารมากกว่าจึงเปลี่ยนใจไปเข้าร่วมด้วย ฝ่าย{ซือหม่าหลุน}พ่ายแพ้อย่างรวดเร็วหลังตั้งตนเป็นฮ่องเต้ได้เพียง 3 เดือน {ซือหม่าหลุน}และที่ปรึกษา{ซุนซิ่ว}[ป]ถูกประหารชีวิต พระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}กลับขึ้นนั่งราชบัลลังก์ดังเดิม {ซือหม่าจ่อง}และ{ซือหม่าหยิ่ง}ดำรงตำแหน่งผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน อ๋องทั้งสองหวั่นเกรงในกองทหารของอีกฝ่ายหนึ่ง {ซือหม่าหยิ่ง}ตัดสินใจให้อำนาจในกาคปกครองแผ่นดินทั้งหมดแก่{ซือหม่าจ่อง} ทั้งยังปฏิเสธไม่รับเก้าเครื่องยศพระราชทาน{จิ่วซี}[ก-21] แล้วยกทัพกลับไปอำเภอเงียบกุ๋น{เย่}รัฐวุย{เว่ยกั๋ว}[ข-26.3] {หลัวซ่าง}[ป]สั่งการให้ผู้อพยพมาอาศัยในมณฑลเอ๊กจิ๋ว{อี้โจว}[ข-20]จากมณฑลเหลียงจิ๋ว{เหลียงโจว}[ข-27]หรือรัฐจิ๋น{ฉิน}โบราณ และมณฑลหยงจิ๋ว{ยงโจว}[ข-29] กลับคืนสู่ภูมิลำเนาเดิม ให้ยอมมอบคืนสิ่งของที่ปล้นไปในระหว่างความไม่สงบที่เกิดจากการก่อกบฏของ 趙廞 (赵𫷷) Zhào Xīn {เจ้าซิน}<จัดเรียงตามลำดับ> ผู้ตรวจราชการคนก่อน เกิดเป็นกระแสความหวาดกลั่วในหมู่ผู้อพยพ แต่{หลี่เท่อ}[ป]ผู้นำของกลุ่มนี้ต่อรองให้ผ่อนผันไปหนึ่งปีซึ่ง{หลัวซ่าง}ก็ยอม แตาที่ปรึกษา{ซินหรั่น}และขุนนางคนอื่นๆ ไม่เห็นด้วย จึงลอบวางแผนเข้าโจมตี{หลี่เท่อ} แต่{หลี่เท่อ}คาดการณ์ไว้ก่อนจึงพิชิตฝ่าย{ซินหรั่น}ได้อย่างง่ายดาย ที่ราชธานี {ซือหม่าจ่อง}[ป]เริ่มหยิ่งผยอง สถาปนาบุตรทั้งหลายของตนเป็นชั้นอ๋อง บริหารราชการแผ่นดินจากจวนของตน ไม่เข้าเฝ้าฮ่องเต้ ไม่เข้าร่วมการประชุมเสนาบดี ตกแต่งขยายจวนที่พักของตนเพิ่มเติมจนยิ่งใหญ่เท่าพระราชวัง มอบหมายงานให้กับคนใกล้ชิดเท่านั้น ไม่รับฟังความคิดเห็นของผู้ใด ต่อมาเมื่อหลานปู่ของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}ที่เหลืออยู่เสียชีวิตกันหมดตั้งแต่เด็ก ราชบัลลังก์ควรจะต้องตกเป็นของ{ซือหม่าหยิ่ง}[ป]ตามหลักการสืบสันตติวงศ์ แต่{ซือหม่าจ่อง}ก็จงใจข้ามไปแต่งตั้ง{ซือหม่าถัน}[ป]บุตรของ 司馬遐 (司马遐) Sīmǎ Xiá {ซือหม่าเสีย}<ไกล,ยืนนาน> อ๋องแห่งรัฐ{ชิงเหอ}[ข-26.9]น้องชายของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้} ที่มีอายุ 7 ขวบเป็นเจ้าชายรัชทายาทแทน {ซือหม่าจ่อง}[ป]ไม่ไว้วางใจ{ซือหม่าหยง}[ป]มาตลอด ในฤดูหนาวปี 302/845 {ซือหม่าหยง}จึงวางแผนไปชักชวนให้{ซือหม่าอ่าย}[ป]มาร่วมก่อกบฏต่อ{ซือหม่าจ่อง}โดยคาดว่า{ซือหม่าอ่าย}ต้องล้มเหลว ตนจะได้ใช้เป็นข้ออ้างเพื่อร่วมมือกับ{ซือหม่าหยิ่ง}[ป]ยกทัพเข้าราชธานีโจมตีลงโทษ{ซือหม่าจ่อง} แล้วตั้ง{ซือหม่าหยิ่ง}ขึ้นเป็นฮ่องเต้โดยตนเองเป็นอัครมหาเสนาบดี แม้แผนทั้งหมดนี้ {หลูจื้อ}ที่ปรึกษาของ{ซือหม่าหยิ่ง}จะคัดค้านก็ตาม แต่{ซือหม่าจ่อง}[ป]รู้ตัวก่อนจึงเข้าโจมตี{ซือหม่าอ่าย}[ป] แต่{ซือหม่าจ่อง}พ่ายแพ้และเสียชีวิตในสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้น {ซือหม่าอ่าย}จึงเข้าควบคุมราชสำนักและดำรงตำแหน่งเป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินคนใหม่ แต่เพื่อลดแรงต่อต้านจึงส่งเรื่องการแผ่นดินที่สำคัญไปให้{ซือหม่าหยิ่ง}[ป]ที่ประทับอยู่ในอำเภอเงียบกุ๋น{เย่}รัฐวุย{เว่ยกั๋ว}[ข-26.3] {ซือหม่าอ่าย}เป็นอ๋องเพียงคนเดียวที่จัดให้พระเจ้า{จิ๋นฮุ่ยตี้}ดำรงพระยศของฮ่องเต้อย่างสมพระเกียรติ ทั้งยังพยายามบริหารอำนาจร่วมกับ{ซือหม่าหยิ่ง}[ป]อย่างลงตัว ในขณะเดียวกันที่มณฑลเอ๊กจิ๋ว{อี้โจว}[ข-20] ในปี 303/846 หลังจากยืดเวลาไปหนึ่งปี {หลัวซ่าง}[ป]ก็นำทัพเข้าโจมตีและสังหาร{หลี่เท่อ}[ป] 李流 Lǐ Liú {หลี่หลิว}<ไหล,แพร่,เนรเทศ> น้องชายที่ขึ้นมาเป็นผู้นำแทน{หลี่เท่อ}ก็เสียชีวิตไม่นานต่อมาในปีเดียวกัน เมื่อ{หลี่สอง}[ป]หลานชายขึ้นสืบทอดก็ประสบความสำเร็จในการทำลายกองทัพของ{หลัวซ่าง}และทัพเสริมที่ส่งมาสมทบจากมณฑลเกงจิ๋ว{จิงโจว}[ข-21] ในเวลานั้นเกิดการกบฏไปทั่วแผ่นดิน รวมทั้งที่พิชิตทัพที่แข็งแกร่งของ 司馬歆 (司马歆) Sīmǎ Xīn {ซือหม่าซิน}<พอใจ,ถูกใจ> อ๋องแห่งซินเอี๋ย{ซินเหย่}[ข-21.1] และสังหารเขา ในปี 303/846 {ซือหม่าหยง}[ป]ไม่พอใจที่ไม่สามารถดำเนินการตามแผนของตนได้ จึงชักชวนให้ {ซือหม่าหยิ่ง}[ป]ยกทัพร่วมกับตนมาโจมตี{ซือหม่าอ่าย}[ป]ที่ราชธานีลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4] แม้จะไม่สามารถยึดราชธานีได้จนต้องตัดสินใจยกทัพกลับ แต่พอถึงฤดูใบไม้ปลิปี 394/837 {ซือหม่าแยว่}[ป]อ๋องแห่งรัฐตองไฮ{ตงไห่}[ข-23.5] ลูกพี่ลูกน้องของพระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]จับตัว{ซือหม่าอ่าย} แล้วเปิดประตูเมืองให้เพราะคิดว่าฝ่ายตนต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน แม่ทัพ{จางฟาง}[ป]ของ{ซือหม่าหยง}เผา{ซือหม่าอ่าย}ทั้งเป็น เมื่อ{ซือหม่าหยิ่ง}[ป]เข้าปกครองแผ่นดิน (จากเงียบกุ๋น) ก็ทำการปลดเจ้าชายรัชทายาท แล้วตั้งตนเองเป็นเจ้าชายรัชทายาทแทน ทั้งยังปลดฮองเฮา{หยาง} (พระนางถูกปลดถึง 4 ครั้งในเวลาสองปี) {ซือหม่าหยิ่ง}เริ่มโอหังและหรูหราฟุ่มเฟือย ขุนนางชาวบ้านพากันผิดหวัง {ซือหม่าแยว่}[ป]จึงตัดสินใจก่อการ คืนพระยศให้ฮองเฮาและเจ้าชายรัชทายาท แล้วยกทัพเข้าโจมตี{ซือหม่าหยิ่ง} แต่พ่ายแพ้หลบหนีไป ทิ้งให้พระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[87]ตกอยู่ในเงื้อมมือของ{ซือหม่าหยิ่ง}ที่อำเภอเงียบกุ๋น{เย่}รัฐวุย{เว่ยกั๋ว}[ข-26.3] เมื่อ{ซือหม่าหยง}[ป]ที่ยกทัพมาช่วย{ซือหม่าหยิ่ง}เข้าราชธานีลกเอี๋ยงได้ ก็ปลดฮองเฮาและเจ้าชายรัชทายาทออกจากตำแหน่งอีกครั้ง {หวังจุ้น}[ป]ผู้บัญชาการทหารแห่งมณฑลอิวจิ๋ว{โยวโจว}[ข-24]ไม่พอใจ จึงประกาศศึกและยกทัพลงใต้เข้าโจมตี{ซือหม่าหยิ่ง}[ป] โดยมีเผ่า{เซียนเป่ย}[ช-4]และเผ่าโฮห้วน{อูหวน}[ช-8]เป็นพันธมิตร {ซือหม่าหยิ่ง}เห็นว่ารับมือได้ยากจึงให้{หลิวยวน}[ช-3]ขุนนางที่เป็นเขื้อพระวงศ์ของผู้ปกครองเผ่าซุงหนู{เซียงหนู}[ช-3]ไปชักชวนชนเผ่ามาเป็นพวก {หลิวยวน}กลับฉวยโอกาสประกาศแยกตัวเป็นอิสระ ตั้งตนเป็นฮั่นอ๋อง อ้างสิทธิ์เป็นทายาทผู้สืบทอดราชวงศ์ฮั่นอย่างชอบธรรม เนื่องจากเจ้าหญิงของราชวงศ์ฮั่นถูกส่วไปแต่งงานกับกษัตริย์{ฉานหยู}[ช-3]ของเผ่ามาหลายชั่วอายุคนจากนโยบายสมรสสันถวไมตรี{เหอชิน}[ง-8.11] อาณาจักรที่เกิดใหม่นี้ชื่อว่า 漢趙 (汉赵) Hàn Zhào {ฮั่นเจ้า} หนึ่งเดือนก่อนหน้านั้น{หลี่เสียง}[ป]บุตรชายของ{หลี่เท่อ}[ป]ผู้นำของผู้อพยพชาวเผ่า{ปา}[ช-10]และเผ่า{ตี}[ช-6]ก็สถาปนาอาณาจักร 成漢 (成汉) Chéng Hàn {เฉิงฮั่น} ที่เซงโต๋{เฉิงตู}[ข-20.1] นี่คือสองอาณาจักรแรกในสมัยสิบหกอาณาจักร 十六國 (十六国) Shíliù Guó {สือลิ่วกั๋ว} ทางภาคเหนือ {ซือหม่าหยิ่ง}[ป]พาพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[ป]หลบหนีจากอำเภอเงียบกุ๋น{เย่}รัฐวุย{เว่ยกั๋ว}[ข-26.3]กลับราชธานีลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4]โดยปราศจากกองทหารคอยอารักขา {ซือหม่าหยง}[ป]ที่มีอำนาจทางทหารเต็มที่ในเวลานั้นปลด{ซือหม่าหยิ่ง}ออกจากตำแหน่งเจ้าชายรัชทายาท และแต่งตั้ง{ซือหม่าชื่อ}[ป]อ๋องแห่งเมืองอิเจี๋ยง{ยู่จาง}[ข-17.6] น้องชายอีกคนหนึ่งของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}ขึ้นเป็นเจ้าชายรัชทายาทแทน {ซือหม่าหยง}ยังให้แม่ทัพ{จางฟาง}[ป]พาพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}มาประทับอยู่ที่เตียงฮัน{ฉางอัน}[ข-3]กับตน แต่เหล่าเสนาอำมาตย์ผู้ใหญ่ส่วนมากยังคงอยู่ที่ลกเอี๋ยง จึงกลายเป็นการแตกแยกทางการเมืองการปกครองเป็นสองส่วนที่ร่วมมือกันอย่างหลวมๆ {ซือหม่าหยง}[ป]เอาใจฝ่ายตรงข้ามโดยการเลื่อนตำแหน่งให้กับอ๋องและขุนศึกต่างๆ แต่ไม่ได้ผลอย่างที่ต้องการ ในขณะเดียวกันมีผู้อพยพทั้งชาวฮั่นและชาวเผ่าต่างๆ ที่ไม่พอใจการปกครองของราชวงศ์จิ๋น{จิ้น}[ป]ไปอาศัยในอาณาจักร{ฮั่นเจ้า}จนมีแสนยานุภาพมากขึ้นเรื่อยๆ ทางฝ่ายจิ๋นเองก็มีความขัดแย้งภายในตลอดเวลา ในฤดูใบไม้ร่วงปี 305/848 {ซือหม่าแยว่}ก่อกบฏต่อ{ซือหม่าหยง}อีกครั้งโดยอ้างเหตุผลว่า{ซือหม่าหยง}บังคับฮ่องเต้ให้ย้ายราชธานี เจ้าเมืองและแม่ทัพทั้งหลายต้องเลือกข้าง ในช่วงแรกการรบไม่รู้ผลเด็ดขาด ต้นปี 306/849 {ซือหม่าหยง}กลัวมากจึงประหารแม่ทัพ{จางฟาง}[ป]ของตนเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการผูกไมตรีสงบศึก แต่{ซือหม่าแยว่}ปฏิเสธพอถึงฤดูร้อน{ซือหม่าหยง}ถูกกดดันให้ต้องทิ้งเมืองเตียงฮัน{ฉางอัน}[ข-3]และฮ่องเต้ {ซือหม่าแยว่}จึงรับตัวฮ่องเต้กลับลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4]และคืนพระยศให้ฮองเฮา{หยาง}ดังเดิม ในปี 306/849 เดียวกันนี้เอง ทั้ง{หลี่เสียง}[ป]และ{หลิวยวน}[ช-3]ประกาศตั้งตนเป็นฮ่องเต้ ทำการแบ่งแยกดินแดนเป็นอาณาจักรอิสระของตน {ซือหม่าแยว่}[ป]เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินอยู่หลายเดือนจนถึงฤดูหนาวปี 306/849 เมื่อพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}อายุ 47 ปีก็ถูกวางยาพิษในขนมปัง (นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า{ซือหม่าแยว่}เป็นผู้ลงมือ แต่ไม่ทราบว่ามีแรงจูงใจจากอะไร) สิ้นสุดรัชกาลของฮ่องเต้ที่ทุกข์ยากลำบาก และราชวงศ์จิ๋นตกต่ำลงจนถึงขีดสุดแม้ว่าจะไม่ใช่ความผิดของพระองค์ {ซือหม่าชื่อ}[ป]ขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้า{จิ้นหวยตี้}รัชกาลที่ 3 ของจิ๋นสืบต่อ แม้จะมีความพยายามกอบกู้ราชวงศ์และแผ่นดิน แต่ก็สายเกินไปจึงต้องเสียดินแดนทางเหนือและภาคกลางของแผ่นดิน อพยพลงใต้ก่อตั้งราชวงศ์จิ๋นตะวันออก{ตงจิ้น}[ป-2]ต่อไป {ซือหม่ายู่} 司馬遹 (司马遹) Sīmǎ Yù {ซือหม่ายู่}<เป็นไปตาม,ปฏิบัติตาม> โอรสเพียงองค์เดียวของ{ซือหม่าจง}หรือพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[ป]รัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จิ๋น{จิ้น}[ป]ที่พิการทางสมองหรือปัญญาอ่อน มารดาคือพระสนม 謝玖 (谢玖) Xiè Jiǔ {เซี่ยจิ่ว}<หยกดำ> ของพระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]ผู้เป็นปู่ ซึ่งให้นางสนม{เซี่ยจิ่ว}มาสอนการร่วมเพศให้กับพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}ก่อนแต่งงานกับนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87] {ซือหม่ายู่}เกิดปี 278/821 เมื่ออายุสี่ขวบเกิดเพลิงไหม้ในพระราชวัง พระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]เดินขึ้นไปบนหอคอยเพื่อดูเหตุการ์ณ {ซือหม่ายู่}ดึงชายเสื้อพูดว่า “ในยามวิกาล เมื่อเกิดความผิดปกติเช่นนี้ เราพึงระมัดระวังแสงเพลิงไม่ควรสาดต้องโดนร่างกายของพระจักรพรรดิ” พระเจ้าสุมาเอี๋ยนรู้สึกประหลาดใจในความรอบคอบของหลานปู่คนนี้ และยกย่องว่าช่างมีความระแวดระวังดังกับสุมาอี้{ซือหม่าอี้}[35]ปู่ของพระองค์ และสิ่งนี้มีส่วนทำให้พระเจ้าสุมาเอี๋ยนยังคงปล่อยให้{ซือหม่าจง}เป็นเจ้าชายรัชทายาทต่อไป ในวันที่ 22 เดือนธันวาคมปี 289/832 {ซือหม่ายู่}ได้รับการทรงกรมฯ เป็นอ๋องแห่งกองเหลง{ก่วงหลิง}[ข-23.2] ต่อมาเมื่อพระเจ้าสุมาเอี๋ยนสิ้นพระชนม์ {ซือหม่าจง}เจ้าชายรัชทายาทเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}รัชกาลที่สอง {ซือหม่ายู่}ก็ได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าชายรัชทายาทในปี 290/833 เมื่ออายุ 12 ปี นาง{กัวห้วย}[ป]มารดาของฮองเฮา{เจี่ยหนานเฟิง}[87]มักเตือนให้ดูแล{ซือหม่ายู่}เจ้าชายรัชทายาทเหมือนเป็นโอรสของพระนางเอง และเสนอให้จัดการแต่งงานน้องสาวของ{เจี่ยมี่}[ป]กับ{ซือหม่ายู่} แต่พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}และนาง{เจี่ยอู่}ไม่เห็นด้วย จัดใ้ห้{ซือหม่ายู่}แต่งงานกับบุตรสาวของขุนนาง 王衍 Wáng Yǎn {หวังเหยี่ยน}<กระจาย,พัฒนา,ขยายผล>แทน ({หวังเหยี่ยน}มีบุตรสาวสองคน อีกคนหนึ่งแต่งงานกับ{เจี่ยมี่}) เมื่อสิ้นนาง{กัวห้วย} ความสัมพันธ์ระหว่างพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}กับ{ซือหม่ายู่}ก็สิ้นสุดลง เพราะ 賈午 (贾午) Jiǎ Wǔ {เจี่ยอู่}<ก้านสรรค์ที่เจ็ด> น้องสาวและ 趙粲 (赵粲) Zhào Càn {เจ้าช่าน}<สวย,สดใส> พระสนมคนหนึ่งของพระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87] คอยยุยง รวมทั้ง{เจี่ยมี่}[ป]หลานน้าของพระนางก็ไม่ถูกกับ{ซือหม่ายู่} ในปี 299/842 ระหว่างที่{ซือหม่ายู่}[ป]กำลังเตรียมขอพระราชทานยศอ๋องให้กับ 司馬彬 (司马彬) Sīmǎ Bīn {ซือหม่าปิน}<เครื่องประดับ,กล่อมเกลา> บุตรชายที่ป่วยอยู่นั้น พระนางบังคับให้{ซือหม่ายู่}ดื่มสุราจนเมามาย แล้วให้คัดลอกข้อความว่ามีความปรารถนาจะฆาตกรรมบิดาเพื่อขึ้นครองราชย์เสียเอง แล้วพระนางก็นำเอกสารให้เหล่าขุนนางตัดสินความผิดประหารชีวิต แต่เมื่อถูกคัดค้านอย่างหนัก จึงเพียงปลดออกจากตำแหน่งลงเป็นสามัญชน และประหารพระสนม{เซี่ยจิ่ว}พระมารดา และพระสนม 蔣俊 (蒋俊) Jiǎng Jùn {เจี่ยงจุ้น}<ฉลาด> พระสนมคนโปรดของ{ซือหม่ายู่} ในวันที่ 27 เมษายนปี 300/843 พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[ป]ส่งนักฆ่าไปลอบสังหาร{ซือหม่ายู่}จนเสียชีวิตเมื่ออายุ 22 ปี ตามการยุยงของ{ซือหม่าหลุน}[ป]อ๋องแห่งรัฐเตียว{เจ้า}[ข-26.8] อาของพระเจ้าสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87] เพื่อใช้เป็นข้ออ้างให้{ซือหม่าหลุน}ใช้ในการกำจัดพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}ต่อมาในปลายปีนั้น หลังจากนั้น{ซือหม่าหลุน}ให้ขุดพระศพของ{ซือหม่ายู่}ขึ้นมาทำพิธีอย่างสมพระเกียรติยศเจ้าชายรัชทายาท และให้รับตัว 司馬臧 (司马臧) Sīmǎ Zàng {ซือหม่าจั้ง}<คัมภีร์ศาสนา> และ 司馬尚 (司马尚) Sīmǎ Shàng {ซือหม่าซ่าง}<ให้คุณค่า,นับถือ> โอรสทั้งสองของ{ซือหม่ายู่}กลับเข้าพระราชวัง แล้วตั้งให้{ซือหม่าจั้ง}เป็นเจ้าชายรัชทายาทคนใหม่ แต่เมื่อ{ซือหม่าหลุน}ชิงราชบัลลังก์ในปี 301/844 ได้ปลดพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}ลงและประหารชีวิต{ซือหม่าจั้ง} แต่ในภายหลังเมื่อ {ซือหม่าหลุน}ถูกกำจัด {ซือหม่าจง}[ป]ก็ขึ้นเป็นพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}ฮ่องเต้ดังเดิม และ{ซือหม่าซาง}โอรสองค์เล็กของ{ซือหม่ายู่}ได้รับการสถาปนาเป็นเจ้าชายรัชทายาท แต่ก็เสียชีวิตในปี 302/ สิ้นสุดเชื้อสายของ{ซือหม่ายู่}เพียงแค่นั้น {ซือหม่าหลุน} 司馬倫 (司马伦) Sīmǎ Lún {ซือหม่าหลุน}<มนุษยสัมพันธ์,เกี่ยวข้อง> บุตรชายคนที่เก้าและคนสุดท้องของสุมาอี้{ซือหม่าอี้}[35] เกิดก่อนปี 250/793 ต่อมารับราชการเป็นขุนนางในตำแหน่งที่ไม่ใหญ่โตในวุย ในสมัยที่สุมาอี้ผู้บิดา และสุมาสู{ซือหม่าซือ}[72]สุมาเจียว{ซือหม่าเจา}[72]พี่ชายต่างมารดา เป็นผู้สำเร็จราชการแผ่นดินอยู่จนเมื่อสุมาเอี๋ยน{ซือหม่าเหยียน}[87]บุตรสุมาเจียว ผู้เป็นหลานอา สถาปนาราชวงศ์จิ๋นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ปี266/809 {ซือหม่าหลุน}ก็ได้รับยศเป็นอ๋องแห่งรัฐฮองหลิม{หลางเย๋}[ข-23.4]ในวันต่อมา มีตำแหน่งเป็นแม่ทัพและผู้ปกครองหัวเมืองหลายตำแหน่ง แต่ไม่มีผลงานโดดเด่นอะไร ทั้งยังกระทำความผิดหลายครั้ง เช่นติดสินบนเพื่อขโมยขนสัตว์ของราชสำนัก แต่ทุกครั้งพระเจ้าสุมาเอี๋ยนก็ไม่เอาโทษ พอถึงวันที่ 5 ตุลาคมปี 277/820 ก็ได้รับศักดินาเป็นรัฐเตียว{เจ้า}[ข-26.8] ในรัชสมัยของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[ป]รัชกาลที่สองของจิ๋น {ซือหม่าหลุน}ได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจการทหารในมณฑลเหลียงจิ๋ว{เหลียงโจว}[ข-27]หรือรัฐจิ๋น{ฉิน}โบราณ และมณฑลหยงจิ๋ว{ยงโจว}[ข-29] แต่ด้วยการบริหารผิดพลาดทำให้เผ่า{ตี}[ช-6]และเผ่าเกี๋ยง{เชียงจู๋}[ช-2]ก่อกบฏภายใต้การนำของ 齊萬年 (齐万年) Qí Wàn Nián {ฉีว่านเหนียน}<หมื่น><ปี> หัวหน้าเผ่า{ตี} {ซุนซิ่ว}[ป]ที่ปรึกษาของ{ซือหม่าหลุน}ถูกจับประหารเพราะความล้มเหลวในการบริหารราชการ แต่สุดท้ายก็รอดตัว ทั้งสองถูกเรียกตัวกลับเข้าราชธานีลกเอี๋ยง{ลั่วหยาง}[ข-4] แต่{ซือหม่าหลุน}ก็ประจบประแจงจนเป็นที่ไว้วางใจของฮองเฮาพระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87] แม้จะถูกขุนนางผู้ใหญ่{จางหัว}[87]และ 裴頠 (裴𬱟) Péi Wěi {เผยเหว่ย}<รถม้า> คอยคุมเอาไว้ ในปี 299/842 ระหว่างที่{ซือหม่ายู่}[ป]เจ้าชายรัชทายาทกำลังเตรียมขอพระราชทานยศอ๋องให้กับ 司馬彬 (司马彬) Sīmǎ Bīn {ซือหม่าปิน}<เครื่องประดับ,กล่อมเกลา> บุตรชายที่ป่วยอยู่นั้น พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[87]บังคับให้{ซือหม่ายู่}ดื่มสุราจนเมามาย แล้วให้คัดลอกข้อความว่ามีความปรารถนาจะฆาตกรรมบิดาเพื่อขึ้นครองราชย์เสียเอง แล้วพระนางก็นำเอกสารให้เหล่าขุนนางตัดสินความผิดประหารชีวิต แต่เมื่อถูกคัดค้านอย่างหนัก จึงเพียงปลดออกจากตำแหน่งลงเป็นสามัญชน และประหารพระสนม 謝玖 (谢玖) Xiè Jiǔ {เซี่ยจิ่ว}<หยกดำ> พระมารดา และพระสนม 蔣俊 (蒋俊) Jiǎng Jùn {เจี่ยงจุ้น}<ฉลาด> พระสนมคนโปรดของ{ซือหม่ายู่} ในเดือนเมษายนปี 300/843 พระนาง{เจี่ยหนานเฟิง}[ป]ส่งนักฆ่าไปลอบสังหาร{ซือหม่ายู่}[ป]ตามที่{ซือหม่าหลุน}ยุยง เพื่อใช้เป็นเหตุผลในการกำจัดพระนาง {ซือหม่าหลุน}เข้าทำการจับกุมและประหารขุนนางนายทหารคนสนิทของพระนางจนหมดสิ้น ตัวพระนางเองถูกปลดและถูกบังคับให้ฆ่าตัวตายในปลายปีนั้น {ซือหม่าหลุน}และที่ปรึกษา{ซุนซิ่ว}[ป]กุมอำนาจสูงสุดในอาณาจักรต่อมา และคืนพระยศให้กับ{ซือหม่ายู่}ที่เสียชีวิตไปแล้ว และสถาปนา 司馬臧 (司马臧) Sīmǎ Zàng {ซือหม่าจั้ง}<คัมภีร์ศาสนา> บุตรชายของ{ซือหม่ายู่}ขึ้นมาเป็นเจ้าชายรัชทายาทแทน แต่{ซือหม่าหลุน}เองก็ปรารถนาในราชบัลลังก์จึงวางคนของตนไว้ในตำแหน่งสำคัญทั้งหมด {ซือหม่าหยุ่น}[ป]อ๋องแห่งห้วยหลำ{หวยหนาน}[ข-17.2]น้องชายคนหนึ่งของพระเจ้า{จิ๋นฮุยตี้}[ป]รู้ทัน เมื่อ{ซือหม่าหลุน}สั่งให้เวณคืนกองทัพ {ซือหม่าหยุ่น}จึงก่อการกบฏ และในตอนแรกได้รับชัยชนะจนเกือบจะยึดจวนของ{ซือหม่าหลุน}ได้ พอตกเย็น 陳準 (陈准) Chén Zhǔn {เฉินจุ่น}<แม่นยำ,แน่นอน> ขุนนางผู้สนับสนุน{ซือหม่าหยุ่น}แอบขอธงพระราชทานจากพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}ไปให้{ซือหม่าหยุ่น}เพื่อแสดงว่าราชสำนักสนับสนุน แต่ขุนนางที่นำธงไปให้กลับเป็นเพื่อนสนิทของ 司馬虔 (司马虔) Sīmǎ Qián {ซือหม่าเฉียน}<เคารพ> บุตรของ{ซือหม่าหลุน} จึงฉวยโอกาสตัดมือของ{ซือหม่าหยุ่น}ขาดและเสียชีวิต กองทัพจึงแตกกระจัดกระจายไป ปลายปี 300/843 {ซือหม่าหลุน}ได้รับเก้าเครื่องยศพระราชทาน{จิ่วซี}[ก-21]ตามคำแนะนำของที่ปรึกษา{ซุนซิ่ว}[ป]ผู้ซึ่งมีบทบาทอย่างแท้จริงในการปกครองแผ่นดินอยู่เบื้องหลังของ{ซือหม่าหลุน}และบุตรทั้งหลายที่โง่เขลาอีกต่อหนึ่งในฤดูหนาว{ซุนซิ่ว}ก็จัดการให้ 羊獻容 (羊献容) Yáng Xiàn Róng {หยางเซี่ยนหรง}<เสนอให้,อุทิศ><ยึดถือ,บรรจุ> หลานสาวของ 孫旂 (孙旂) Sūn Qí {ซุนฉี}<ธง> ที่เป็นเพื่อนและญาติห่างๆ ของตน แต่งงานกับฮ่องเต้และขึ้นเป็นฮองเฮาองค์ใหม่ ฤดูใบไม้ผลิปี 301/844 {ซือหม่าหลุน}บังคับให้พระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}สละราชสมบัติให้กับตน แล้วยกย่องให้พระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}เป็นฮ่องเต้ผู้เกษียณ 太上皇 Tài Shàng Huáng {ไท่ซ่างหวง} และพยายามลดแรงเสียดทานจากผู้ต่อต้านทั้งหลายโดยการเลื่อนตำแหน่งให้ โดยที่ปรึกษา{ซุนซิ่ว}[ป]เป็นผู้ทำให้ตามความพอใจของตนเอง ก่อนหน้านั้น{ซุนซิ่ว}[ป]สงสัยว่าอ๋องสามคนอาจต่อต้านจึงส่งคนของตนไปแฝงตัวเป็นผู้ช่วย อ๋องทั้งสามคือ {ซือหม่าจ่อง}[ป]อ๋องแห่งรัฐเจ๋{ฉี}บุตรของสุมาฮิว{ซือหม่าโยว}[87] {ซือหม่าหยิ่ง}[ป]อ๋องแห่งเซงโต๋{เฉินตู}[ข-20.1]น้องของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้} และ{ซือหม่าหยง}อ๋องแห่งรัฐโฮกั้น{เหอเจียน}[ข-26.4]หลานปู่ของสุมาหู{ซือหม่าฝู}[62] ซึ่งอ๋องแต่ละคนมีกองทัพอันแข็งแกร่งเป็นของตนเอง {ซือหม่าจ่อง}ไม่ยอมรับจึงจัดเตรียมทัพเข้ากอบกู้พระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้} ทำให้{ซือหม่าอ่าย}[ป]อ๋องแห่งเตียงสา{ฉางซา}[ข-21.5]น้องของพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้} และ 司馬歆 (司马歆) Sīmǎ Xīn {ซือหม่าซิน}<พอใจ,ถูกใจ> สมเด็จเจ้าพระยาแห่งซินเอี๋ย{ซินเหย่}[ข-21.1] ประกาศสนับสนุน{ซือหม่าจ่อง} ตอนแรก{ซือหม่าหยง}[ป]ให้แม่ทัพ{จางฟาง][ป]ของตนนำทหารไปช่วย{ซือหม่าหลุน} แต่เมื่อได้ยินว่า{ซือหม่าจ่อง}[ป]และ{ซือหม่าหยิ่ง}[ป]มีจำนวนทหารมากกว่าจึงเปลี่ยนใจไปเข้าร่วมด้วย ฝ่าย{ซือหม่าหลุน}พ่ายแพ้อย่างรวดเร็วหลังตั้งตนเป็นฮ่องเต้ได้เพียง 3 เดือนในช่วง 3 กุมภาพันธ์ถึง 31 พฤษภาคมปี 301/844 {ซือหม่าหลุน}และที่ปรึกษา{ซุนซิ่ว}[ป]ถูกบังคับให้ฆ่าตัวตายในวันที่ 5 มิถุนายน บุตรหลานและพรรคพวกถูกประการหมดสิ้นพระเจ้า{จิ้นฮุ่ยตี้}[ป]กลับขึ้นนั่งราชบัลลังก์ดังเดิม นักประวัติศาสตร์มักไม่นับ{ซือหม่าหลุน}รวมอยู่ในรายชื่อของฮ่องเต้ของราชวงศ์จิ๋น และจัดให้เป็นตัวอย่างของการชิงราชบัลลังก์ที่เลวร้ายตัวอย่างหนึ่ง

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

บริษัทผลิตวัคซีน ไม่รับผิดชอบหากเกิดตายจากพิษวัคซีน

เลวสุดจะเปรียบ.... บริษัทผลิตวัคซีน ไม่รับผิดชอบหากคนที่โดนฉีดตาย ฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายไม่ได้ด้วย

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

พลังสมาธิ กำจัดโรคภัย ไวรัส ตอนที่ 9

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

พลังสมาธิ กำจัดโรคภัย ไวรัส ตอนที่ 8

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

พลังสมาธิ กำจัดโรคภัย ไวรัส ตอนที่ 7

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

พลังสมาธิ กำจัดโรคภัย ไวรัส ตอนที่ 5

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS

พลังสมาธิ กำจัดโรคภัย ไวรัส ตอนที่ 4

  • Digg
  • Del.icio.us
  • StumbleUpon
  • Reddit
  • RSS